นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน”

“สงครามอนุสาวรีย์” ที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้ ดูเหมือนจะสวนกระแสกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโลก กล่าวคือ กระแส Black lives matter ในสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดปรากฎการณ์การทุบทำลายรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาส เช่น รูปปั้นของ Christopher Columbus ส่วนในฝรั่งเศส มีการพ่นสีใสรูปปั้นของ Jean-Baptiste Colbert รัฐมนตรีคนสำคัญสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการค้าทาสในอาณานิคม รวมถึงการพ่นสีใส่รูปปั้น Charles de Gaulle ประธานาธิบดีและผู้นำทหารคนสำคัญของฝรั่งเศสช่วงสงครามอัลจีเรีย ที่เมือง Hautmont และ Pavillons-Sous-bois สองกรณีดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีมาครง ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนว่า “ฝรั่งเศสจะไม่ลบร่องรอยหรือชื่อใครออกจากประวัติศาสตร์และจะไม่มีการรื้อถอนรูปปั้น”

21738679
รูปปั้น Jean-Baptiste Colbert ที่หน้ารัฐสภา กรุงปารีส (CHRISTOPHE PETIT TESSON / MAXPPP)
Eaizt7fXsAItBNR
รูปปั้น Charles de Gaulle ที่เมือง Hautmont (Xavier Bertrand/Twitter)

Continue reading “นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน””

มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย”

แปลจากบทสัมภาษณ์ Michel Pastoureau: “Chosir le jaune comme emblème, c’est à la fois courageux et dangereux” เขียนโดย Mathieu Dejean เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ในเว็ปไซต์ Les Inrockuptibles เข้าถึงได้ที่ https://www.lesinrocks.com/2018/12/06/actualite/michel-pastoureau-choisir-le-jaune-comme-embleme-cest-la-fois-courageux-et-dangereux-111149774/?fbclid=IwAR1GxB4Ehgx2HiIHVOGOEzagULrde_5o4udzr7ww5185b2LVdjEZUDyWYRk เชิงอรรถทั้งหมดเป็นของผู้แปล

france-social-politics-environment-oil-demo-3

กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 บนถนนฌ็องเซลิเซ่ (LUCAS BARIOULET/AFP)

นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติการทางสังคมและการเมืองของสีผู้โด่งดังไปทั่วโลกจากผลงานหลายชิ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสีในโลกตะวันตก มิเชล ปาสตูโรวิเคราะห์การใช้สี “เหลือง” โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่สั่นสะเทือนประเทศฝรั่งเศสอยู่ในขณะนี้

มิเชล ปาสตูโร นักประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้เขียนหนังสือสี่เล่มอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสีน้ำเงิน ดำ เขียว และแดง กำลังเตรียมตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับสีเหลือง ในขณะที่ขบวนการ “เสื้อกั๊กเหลือง” กำลังจะถึงจุดสูงสุดของการต่อสู้ เขาวิเคราะห์ปรากฎการณ์ใหม่ที่มีการใช้สีเหลืองในทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศ

Continue reading “มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย””

กิจกรรมในกรุงเทพฯ เนื่องในโอกาส 100 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทุกสายตาคงจับจ้องไปยังกรุงปารีส ที่ซึ่งผู้นำกว่า 70 ประเทศทั่วโลกไปรวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงการสิ้นสุดลง (อย่างน้อยก็ในแนวรบด้านตะวันตก) ของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อ 100 ปีที่แล้ว นอกจากพิธีรำลึกแล้ว ปีนี้ยังมีการจัด Peace Conference โดยกรุงปารีสเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นการหยิบใช้โอกาสครบรอบศตวรรษมาจัดประชุมสันติภาพอีกครั้ง หลังจากที่ปารีสเคยเป็นเจ้าภาพไปช่วงหลังสิ้นสุดสงครามเมื่อปี ค.ศ. 1919

ปีนี้ยังถือเป็นปีสุดท้ายของกระแสรำลึก 100 ปีสงครามโลกที่เริ่มทำกันตั้งแต่ปี 2014 ทั่วโลก จึงกล่าวได้ว่า ปีนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการทบทวนความรู้ที่เรามีเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่ 1

ในกรณีของไทย การรำลึก Armistice ปีนี้ กลับกลายเป็น irony เพราะพร้อมๆ กันกับการรำลึกการสิ้นสุดสงคราม ประเทศไทยก็รำลึกถึงการที่ทหารสยามออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปถึงประเทศฝรั่งเศสด้วย (ทหารสยามไปถึงมาร์กเซยวันที่ 30 กรกฎาคม สงครามสิ้นสุด 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918)!

Continue reading “กิจกรรมในกรุงเทพฯ เนื่องในโอกาส 100 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1”

รีวิวหนังสือ Idées reçues sur la Thaïlande ของเออเจนี เมรีโอ

 La-Thailande

เกริ่นนำ

ตั้งแต่ผมมาเรียนต่อที่ฝรั่งเศสเกือบ 5 ปีที่แล้ว เรียกได้ว่าไม่มีหนังสือวิชาการและกึ่งวิชาการเกี่ยวกับประเทศไทยตีพิมพ์ในภาษาฝรั่งเศสเลย ในภาพรวม การไม่มีงานตีพิมพ์อย่างจริงจังในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนสภาวะความไม่ใส่ใจประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมคิดง่ายๆ ว่าส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการศึกษาเรื่องนี้ในอดีตผูกติดกับอาณานิคมอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสสูญเสียอาณานิคมดังกล่าวไป จึงไม่มีการส่งเสริมให้ศึกษาสาขานี้ต่อ หรืออย่างมากก็ศึกษาเพียงแต่ยุคที่อินโดจีนเคยเป็นอาณานิคม เพราะมีหลักฐานเก็บไว้ที่ฝรั่งเศสให้ศึกษาได้มาก นอกจากนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยในฝรั่งเศสส่วนมากเป็นของรัฐ ดังนั้นการลงทุนด้านการศึกษาในสาขาใดสาขาหนึ่ง ย่อมขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของรัฐด้วย เราจึงเห็นการศึกษาเรื่องอาฟริกาและตะวันออกกลาง รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับการก่อการร้ายและการอพยพลี้ภัย ได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษในช่วงนี้ หากเป็นเรื่องเอเชีย ส่วนมากก็จะมุ่งไปที่จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เสียมากกว่า

Continue reading “รีวิวหนังสือ Idées reçues sur la Thaïlande ของเออเจนี เมรีโอ”

บ่นเรื่องความห่วยแตกของระบบราชการฝรั่งเศส

นักเรียนฝรั่งเศสทุกคนเท่าที่ผมทราบ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ไม่เคยประสบปัญหากับระบบราชการที่นี่ เรื่องนี้สำหรับผมเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เสียทั้งเวลาทั้งเงินทั้งสุขภาพจิตโดยใช่เรื่อง  ทำเอาคนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว

Continue reading “บ่นเรื่องความห่วยแตกของระบบราชการฝรั่งเศส”

จดหมายจาก “แอ็ปเปิ้ลเขียว”: ความเคลือบแคลงสงสัยต่อเนติวิทย์

หลังจากที่ผมเขียน “คำตาม” ในหนังสือ “ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ประชาธิปไตยในระดับนิสิตนักศึกษา” ของเนติวิทย์เรียบร้อยแล้ว ผมก็ขอให้ “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ช่วยอ่านและช่วยเสนอแนะประเด็นเพิ่มเติม สุดท้ายแล้วข้อเสนอแนะของเขานั้นยาวและน่าสนใจ จนผมเห็นว่าน่าจะเขียนเป็นอีกบทความได้ ผมจึงขอให้เขาเรียบเรียงเป็นบทความสั้นๆ เพื่อจะนำเอามาลงต่อจากบทความของผม

บทความต่อไปนี้ มีลักษณะเป็นส่วนตัว และรุนแรงกว่าที่ผมเขียนอยู่มาก ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด ผมเอามาลงในบล็อกนี้ เพราะเห็นว่ามีลักษณะต่อเนื่องกับโพสต์ผม และคิดว่าการวิจารณ์ลักษณะนี้ คงมีประโยชน์อยู่บ้าง ดังที่คุณ “แอ็ปเปิ้ลเขียว” ได้ทิ้งทายเอาไว้ว่า “การจะเรียกเขาว่าเป็นฮีโร่นักประชาธิปไตยจึงต้องควรตระหนักดีๆ สังคมไทยควรจะต้องตั้งคำถามกับเนติวิทย์มากๆ”

Continue reading “จดหมายจาก “แอ็ปเปิ้ลเขียว”: ความเคลือบแคลงสงสัยต่อเนติวิทย์”

ขบวนการนักศึกษากับจิตวิญญาณของการปฏิวัติ: จาก 1968, กลุ่มอิสระหลังปี 2553, สู่ข้อคิดเห็นบางประการต่อเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สมัยที่ผมยังเล่นเฟสบุ๊คอยู่ ผมไปเขียนตอบโพสต์ของเพื่อนคนหนึ่ง ในทำนองว่าปรากฎการณ์การขายหนังสือของเนติวิทย์ รวมถึงกระแสตอบรับที่คนแห่กันไปซื้อจำนวนมากนี่ เป็นอะไรที่น่าสนใจ ลักษณะของเนติวิทย์ที่ขยันเขียน ขยันแปล ขยันพิมพ์หนังสือในปริมาณมาก เป็นลักษณะที่ลอกแบบมาจากสุลักษณ์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ดูเหมือนว่าปรากฎการณ์ “ขายดี” ของหนังสือ จะไม่ได้มาจาก “คุณภาพ” ของหนังสือมากนัก กล่าวคือ เท่าที่ผมทราบ แทบจะไม่มีใครเอาเนื้อหาหนังสือของเนติวิทย์มาอภิปราย ถกเถียงต่อ หรือวิพากษ์วิจารณ์ต่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง นี่สะท้อนความจริงที่ว่า คนไปซื้อหนังสือเพราะต้องการสนับสนุนช่วยเหลือเนติวิทย์ ในฐานะ “คนรุ่นใหม่” และ “นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” อันเป็นภาพลักษณ์ที่เนติวิทย์สร้างขึ้นมา มากกว่าจะสนใจหนังสือและคุณภาพของหนังสืออย่างแท้จริง

หลังจากนั้นไม่นาน ราวกลางเดือนเมษายน จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ไม่ทราบ เนติวิทย์ก็ติดต่อผมมา เพื่อขอให้ผมช่วยเขียน “คำวิจารณ์ในเล่ม” ในหนังสือใหม่ที่เขาจะพิมพ์ หนังสือดังกล่าวนี้เป็นการรวบรวมจดหมายหลายฉบับที่เขาเขียนถึงประธานสโมสรนิสิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เนื้อหาของจดหมายส่วนใหญ่เป็นการแนะนำและวิจารณ์การทำงานของสโมสรนิสิต เป้าหมายของหนังสือก็เพื่อหวังว่านิสิตในอนาคตจะเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรมนิสิตมากขึ้น และหากมีนิสิตใหม่ที่สนใจจะไปทำงานสโมสรนิสิต ก็จะได้นำแนวทางของเนติวิทย์ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสโมสรให้ดีขึ้น

Continue reading “ขบวนการนักศึกษากับจิตวิญญาณของการปฏิวัติ: จาก 1968, กลุ่มอิสระหลังปี 2553, สู่ข้อคิดเห็นบางประการต่อเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล”

การประท้วงของนักศึกษาในฝรั่งเศส: พาไปเยี่ยมชมคอมมูนเสรีแห่งโตลเบียก (La commune libre de Tolbiac)

หมายเหตุ: บางส่วนเรียบเรียงจากเฟสบุ๊คของ Din Buadaeng

จุดเริ่มต้นการประท้วงของนักศึกษา

การเมืองฝรั่งเศสดุเดือดมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม เพราะเรียกได้ว่าประธานาธิบดีมาครง “ประกาศสงคราม” กับฝ่ายซ้าย โดยการพยายามปฏิรูปการรถไฟ ซึ่งมีสหภาพที่เข้มแข็งมาก เมื่อวันที่ 22 มีนาคมมีการนัดชุมนุมใหญ่โดยฝ่ายซ้าย ทั่วประเทศคาดว่าประมาณ 4 แสนคน ในปารีสอย่างเดียวประมาณ 4 หมื่นคน ความรู้สึกของฝ่ายซ้ายก็คือ การที่รัฐบาลเข้ามายุ่มย่ามกับการรถไฟ ถือเป็นการทดลองก้าวแรกสู่การปฏิรูปบริการสาธารณะอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ฯลฯ หากเรายอมแพ้เวทีนี้ เวทีอื่นๆ ก็จะแพ้เช่นเดียวกัน ดังนั้น “เราทุกคนคือพนักงานการรถไฟ”

Continue reading “การประท้วงของนักศึกษาในฝรั่งเศส: พาไปเยี่ยมชมคอมมูนเสรีแห่งโตลเบียก (La commune libre de Tolbiac)”