His Majesty, Where Are You?

vms904
เครื่องบินพระที่นั่งรหัสเรียกขาน VMS 904 ขณะลงจอดที่สนามบินซูริค สมาพันธรัฐสวิส วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2016

ผมขอตั้งชื่อบล็อกอันนี้เป็นภาษาอังกฤษว่า “His Majesty, Where Are You?”  หรือจะแปลเป็นไทยได้ว่า “โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว รู้แล้วว่าทรงอยู่หนไหน” บล็อกนี้มีที่มาหลังจากการล้มป่วยของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทำให้ไม่มีคนคอยอัพเดทการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีคนบอกผมว่าขณะนี้แอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชลกำลังทำหน้าที่แทนอยู่ แต่เนื่องจากผมเพิ่งเลิกใช้เฟซบุ๊กอีกเหมือนกัน ก็เลยไม่ทราบว่าคุณแอนดรูว์คอยอัพเดทอยู่จริงหรือไม่ ถึงจุดนี้ผมจึงได้เกิดความคิดว่าเราควรจะใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนมนุษย์ คอยอัพเดทข้อมูลการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบบเรียลไทม์ (real-time tracking) ซึ่งในท้ายที่สุดผมตั้งใจจะพัฒนาเว็บไซต์เล็กๆ ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุโรปได้ตลอดเวลา และถ้าหากผมมีทรัพยากรพอ ก็อยากที่จะยกระดับเป็นแอ็พพลิเคชั่นในมือถือ แต่อย่างไรก็ตาม ในขั้นนี้ผมได้ลองเขียนโปรแกรมเล็กๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอดีตดูก่อนอิงตามบันทึกการบินของเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงควบคุมด้วยพระองค์เอง

Continue reading “His Majesty, Where Are You?”

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมี “หน้าที่” รับค่าตอบแทนที่มาจากภาษีของประชาชน

ผู้เขียนได้อ่านข่าวการแถลงนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ และพบว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แสดงความเห็นที่น่าสนใจว่าเขาจะไม่รับเงินเดือนถ้าหากมีตำแหน่งทางการเมือง เพราะเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงิน (ดู https://www.matichon.co.th/politics/news_1275599) อันที่จริงความเห็นในลักษณะเดียวกันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เมื่อไม่นานมานี้ โดนัลด์ ทรัมป์ก็เคยประกาศว่าเขาจะรับค่าตอบแทนตามตำแหน่งประธานาธิบดีเพียง 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ จากจำนวนเต็ม 400,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ดู https://www.cbsnews.com/news/did-donald-trump-say-hed-refuse-to-take-a-salary-as-president/) หรือถ้าพูดถึงกรณีที่เก่ากว่านั้น จอร์จ วอชิงตัน หนึ่งในบิดาสถาปนาและประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาก็ประกาศในคำแถลงแรกรับตำแหน่งว่าเขาไม่ต้องการรับเงินตอบแทนใดๆ

From this resolution I have in no instance departed. And being still under the impressions which produced it, I must decline as inapplicable to myself, any share in the personal emoluments, which may be indispensably included in a permanent provision for the Executive Department; and must accordingly pray that the pecuniary estimates for the Station in which I am placed, may, during my continuance in it, be limited to such actual expenditures as the public good may be thought to require. (ดู https://www.archives.gov/exhibits/american_originals/inaugtxt.html)

เมื่อผู้อ่านได้พิจารณาก็คงจะเห็นว่าบุคคลทั้งสามคนที่ผู้เขียนได้เอ่ยชื่อมาล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เรียกได้ว่า รวยและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งรายได้อื่นนอกไปจากที่ตนมีติดตัวมาก่อนที่จะรับตำแหน่งทางการเมือง ถ้ามองในแง่บวก อาจจะเรียกได้ว่านี่เป็นการแสดงถึงอุดมคติหรือคุณธรรมของนักการเมืองที่ตั้งใจอาสาเข้ามารับใช้ชาติโดยไม่สนใจถึงค่าตอบแทน แต่คำถามก็คือ สิ่งเหล่านี้เป็นคุณธรรมที่ใครๆ ก็จับต้องได้ ไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือเป็นคุณธรรมที่เป็น อภิสิทธิ์ของ คนรวยให้พวกเขาได้แสดงถึงความสูงส่งทางคุณธรรม (ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือโดยจิตใต้สำนึก) เหนือกว่าตาสีตาสาเท่านั้น?

Continue reading “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมี “หน้าที่” รับค่าตอบแทนที่มาจากภาษีของประชาชน”

มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย”

แปลจากบทสัมภาษณ์ Michel Pastoureau: “Chosir le jaune comme emblème, c’est à la fois courageux et dangereux” เขียนโดย Mathieu Dejean เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ในเว็ปไซต์ Les Inrockuptibles เข้าถึงได้ที่ https://www.lesinrocks.com/2018/12/06/actualite/michel-pastoureau-choisir-le-jaune-comme-embleme-cest-la-fois-courageux-et-dangereux-111149774/?fbclid=IwAR1GxB4Ehgx2HiIHVOGOEzagULrde_5o4udzr7ww5185b2LVdjEZUDyWYRk เชิงอรรถทั้งหมดเป็นของผู้แปล

france-social-politics-environment-oil-demo-3

กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 บนถนนฌ็องเซลิเซ่ (LUCAS BARIOULET/AFP)

นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติการทางสังคมและการเมืองของสีผู้โด่งดังไปทั่วโลกจากผลงานหลายชิ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสีในโลกตะวันตก มิเชล ปาสตูโรวิเคราะห์การใช้สี “เหลือง” โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่สั่นสะเทือนประเทศฝรั่งเศสอยู่ในขณะนี้

มิเชล ปาสตูโร นักประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้เขียนหนังสือสี่เล่มอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสีน้ำเงิน ดำ เขียว และแดง กำลังเตรียมตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับสีเหลือง ในขณะที่ขบวนการ “เสื้อกั๊กเหลือง” กำลังจะถึงจุดสูงสุดของการต่อสู้ เขาวิเคราะห์ปรากฎการณ์ใหม่ที่มีการใช้สีเหลืองในทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศ

Continue reading “มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย””

กิจกรรมในกรุงเทพฯ เนื่องในโอกาส 100 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทุกสายตาคงจับจ้องไปยังกรุงปารีส ที่ซึ่งผู้นำกว่า 70 ประเทศทั่วโลกไปรวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงการสิ้นสุดลง (อย่างน้อยก็ในแนวรบด้านตะวันตก) ของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เมื่อ 100 ปีที่แล้ว นอกจากพิธีรำลึกแล้ว ปีนี้ยังมีการจัด Peace Conference โดยกรุงปารีสเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นการหยิบใช้โอกาสครบรอบศตวรรษมาจัดประชุมสันติภาพอีกครั้ง หลังจากที่ปารีสเคยเป็นเจ้าภาพไปช่วงหลังสิ้นสุดสงครามเมื่อปี ค.ศ. 1919

ปีนี้ยังถือเป็นปีสุดท้ายของกระแสรำลึก 100 ปีสงครามโลกที่เริ่มทำกันตั้งแต่ปี 2014 ทั่วโลก จึงกล่าวได้ว่า ปีนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการทบทวนความรู้ที่เรามีเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่ 1

ในกรณีของไทย การรำลึก Armistice ปีนี้ กลับกลายเป็น irony เพราะพร้อมๆ กันกับการรำลึกการสิ้นสุดสงคราม ประเทศไทยก็รำลึกถึงการที่ทหารสยามออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปถึงประเทศฝรั่งเศสด้วย (ทหารสยามไปถึงมาร์กเซยวันที่ 30 กรกฎาคม สงครามสิ้นสุด 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918)!

Continue reading “กิจกรรมในกรุงเทพฯ เนื่องในโอกาส 100 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1”

รีวิวหนังสือ Idées reçues sur la Thaïlande ของเออเจนี เมรีโอ

 La-Thailande

เกริ่นนำ

ตั้งแต่ผมมาเรียนต่อที่ฝรั่งเศสเกือบ 5 ปีที่แล้ว เรียกได้ว่าไม่มีหนังสือวิชาการและกึ่งวิชาการเกี่ยวกับประเทศไทยตีพิมพ์ในภาษาฝรั่งเศสเลย ในภาพรวม การไม่มีงานตีพิมพ์อย่างจริงจังในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนสภาวะความไม่ใส่ใจประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมคิดง่ายๆ ว่าส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการศึกษาเรื่องนี้ในอดีตผูกติดกับอาณานิคมอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสสูญเสียอาณานิคมดังกล่าวไป จึงไม่มีการส่งเสริมให้ศึกษาสาขานี้ต่อ หรืออย่างมากก็ศึกษาเพียงแต่ยุคที่อินโดจีนเคยเป็นอาณานิคม เพราะมีหลักฐานเก็บไว้ที่ฝรั่งเศสให้ศึกษาได้มาก นอกจากนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยในฝรั่งเศสส่วนมากเป็นของรัฐ ดังนั้นการลงทุนด้านการศึกษาในสาขาใดสาขาหนึ่ง ย่อมขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของรัฐด้วย เราจึงเห็นการศึกษาเรื่องอาฟริกาและตะวันออกกลาง รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับการก่อการร้ายและการอพยพลี้ภัย ได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษในช่วงนี้ หากเป็นเรื่องเอเชีย ส่วนมากก็จะมุ่งไปที่จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เสียมากกว่า

Continue reading “รีวิวหนังสือ Idées reçues sur la Thaïlande ของเออเจนี เมรีโอ”

บ่นเรื่องความห่วยแตกของระบบราชการฝรั่งเศส

นักเรียนฝรั่งเศสทุกคนเท่าที่ผมทราบ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ไม่เคยประสบปัญหากับระบบราชการที่นี่ เรื่องนี้สำหรับผมเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เสียทั้งเวลาทั้งเงินทั้งสุขภาพจิตโดยใช่เรื่อง  ทำเอาคนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว

Continue reading “บ่นเรื่องความห่วยแตกของระบบราชการฝรั่งเศส”

จดหมายจาก “แอ็ปเปิ้ลเขียว”: ความเคลือบแคลงสงสัยต่อเนติวิทย์

หลังจากที่ผมเขียน “คำตาม” ในหนังสือ “ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ประชาธิปไตยในระดับนิสิตนักศึกษา” ของเนติวิทย์เรียบร้อยแล้ว ผมก็ขอให้ “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ช่วยอ่านและช่วยเสนอแนะประเด็นเพิ่มเติม สุดท้ายแล้วข้อเสนอแนะของเขานั้นยาวและน่าสนใจ จนผมเห็นว่าน่าจะเขียนเป็นอีกบทความได้ ผมจึงขอให้เขาเรียบเรียงเป็นบทความสั้นๆ เพื่อจะนำเอามาลงต่อจากบทความของผม

บทความต่อไปนี้ มีลักษณะเป็นส่วนตัว และรุนแรงกว่าที่ผมเขียนอยู่มาก ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด ผมเอามาลงในบล็อกนี้ เพราะเห็นว่ามีลักษณะต่อเนื่องกับโพสต์ผม และคิดว่าการวิจารณ์ลักษณะนี้ คงมีประโยชน์อยู่บ้าง ดังที่คุณ “แอ็ปเปิ้ลเขียว” ได้ทิ้งทายเอาไว้ว่า “การจะเรียกเขาว่าเป็นฮีโร่นักประชาธิปไตยจึงต้องควรตระหนักดีๆ สังคมไทยควรจะต้องตั้งคำถามกับเนติวิทย์มากๆ”

Continue reading “จดหมายจาก “แอ็ปเปิ้ลเขียว”: ความเคลือบแคลงสงสัยต่อเนติวิทย์”

ขบวนการนักศึกษากับจิตวิญญาณของการปฏิวัติ: จาก 1968, กลุ่มอิสระหลังปี 2553, สู่ข้อคิดเห็นบางประการต่อเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สมัยที่ผมยังเล่นเฟสบุ๊คอยู่ ผมไปเขียนตอบโพสต์ของเพื่อนคนหนึ่ง ในทำนองว่าปรากฎการณ์การขายหนังสือของเนติวิทย์ รวมถึงกระแสตอบรับที่คนแห่กันไปซื้อจำนวนมากนี่ เป็นอะไรที่น่าสนใจ ลักษณะของเนติวิทย์ที่ขยันเขียน ขยันแปล ขยันพิมพ์หนังสือในปริมาณมาก เป็นลักษณะที่ลอกแบบมาจากสุลักษณ์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ดูเหมือนว่าปรากฎการณ์ “ขายดี” ของหนังสือ จะไม่ได้มาจาก “คุณภาพ” ของหนังสือมากนัก กล่าวคือ เท่าที่ผมทราบ แทบจะไม่มีใครเอาเนื้อหาหนังสือของเนติวิทย์มาอภิปราย ถกเถียงต่อ หรือวิพากษ์วิจารณ์ต่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง นี่สะท้อนความจริงที่ว่า คนไปซื้อหนังสือเพราะต้องการสนับสนุนช่วยเหลือเนติวิทย์ ในฐานะ “คนรุ่นใหม่” และ “นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” อันเป็นภาพลักษณ์ที่เนติวิทย์สร้างขึ้นมา มากกว่าจะสนใจหนังสือและคุณภาพของหนังสืออย่างแท้จริง

หลังจากนั้นไม่นาน ราวกลางเดือนเมษายน จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ไม่ทราบ เนติวิทย์ก็ติดต่อผมมา เพื่อขอให้ผมช่วยเขียน “คำวิจารณ์ในเล่ม” ในหนังสือใหม่ที่เขาจะพิมพ์ หนังสือดังกล่าวนี้เป็นการรวบรวมจดหมายหลายฉบับที่เขาเขียนถึงประธานสโมสรนิสิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เนื้อหาของจดหมายส่วนใหญ่เป็นการแนะนำและวิจารณ์การทำงานของสโมสรนิสิต เป้าหมายของหนังสือก็เพื่อหวังว่านิสิตในอนาคตจะเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรมนิสิตมากขึ้น และหากมีนิสิตใหม่ที่สนใจจะไปทำงานสโมสรนิสิต ก็จะได้นำแนวทางของเนติวิทย์ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสโมสรให้ดีขึ้น

Continue reading “ขบวนการนักศึกษากับจิตวิญญาณของการปฏิวัติ: จาก 1968, กลุ่มอิสระหลังปี 2553, สู่ข้อคิดเห็นบางประการต่อเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล”

เยี่ยมบ้านชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่ประเทศอังกฤษ

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปร่วมนำเสนอโปสเตอร์ในงานประชุมวิชาการของนักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยปริญญาเอกที่สถาบันฟรานซิส คริกค์ (Francis Crick Institute) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ. สถาบันนี้ตั้งตามชื่อหนึ่งในผู้เสนอโครงสร้างโมเลกุลของดีเอ็นเอ เจมส์ วัตสัน (James Watson) และฟรานซิส คริกค์.

Continue reading “เยี่ยมบ้านชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่ประเทศอังกฤษ”

ไม่ใช่เมลองชง ไม่ใช่มาครง แต่เป็นซาโกซี: นโยบายเสรีนิยมฝ่ายขวาทางเศรษฐกิจของพรรคอนาคตใหม่

การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเมื่อปี 2017 ได้สร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองใหม่ให้ประเทศ เพราะมันเป็นการต่อสู้ของประชานิยมโดยประชานิยมฝ่ายซ้ายซึ่งนำโดยฌอง ลุค เมลองชง (Jean-Luc Mélenchon) แห่งกลุ่มฝรั่งเศสไม่ยอมจำนน (France insoumise) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มโพเดมอส (Podemos) ในสเปน ประชานิยมฝ่ายขวาที่นำโดยมารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แห่งพรรค Front national แต่ที่เป็นปรากฏการณ์น่าสนใจสุดคือการที่ผู้สมัครอายุ 40 ปีอย่าง มาครง (Macron) แห่ง République En Marche อดีตรัฐมนตรีการคลังสมัยรัฐบาลออลลองด์ (Francois Hollande) ที่เสนอประชานิยมแบบไม่ซ้ายไม่ขวาเอาทุกนโยบาย กลับเป็นฝ่ายได้ชัยชนะเป็นประธานาธิบดีอายุน้อยสุดในท่ามกลางวิกฤติการเมืองฝรั่งเศสที่การแบ่งแยกฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาเริ่มถึงทางตัน

Continue reading “ไม่ใช่เมลองชง ไม่ใช่มาครง แต่เป็นซาโกซี: นโยบายเสรีนิยมฝ่ายขวาทางเศรษฐกิจของพรรคอนาคตใหม่”