มรดกผู้นำคนแรกของรัสเซียยุคหลังโซเวียตผ่านพิพิธภัณฑ์บาริส เยลต์ซินที่เมืองเยคาเทรินบูร์ก

บนบ่า [ของบาริส เยลต์ซิน] มีทั้งงานใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและความผิดพลาดใหญ่หลวง ช่างเป็นชะตาชีวิตที่น่าเศร้า” — มิฮาอิล เซร์เกเยวิช การ์บาชอฟ
«За плечами [Ельцина] большие дела в пользу страны и серьезные ошибки. Трагическая судьба.» — М.С.Горбачев

เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปเมืองเยคาเทรินบูร์ก ประเทศรัสเซีย เมืองนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่สังหารครอบครัวโรมานอฟ ราชวงศ์ผู้ปกครองแห่งอดีตจักรวรรดิรัสเซียในปี ๑๙๑๘ อันที่จริงเมืองนี้ยังมีความสำคัญอีกหลายประการ ประการหนึ่งที่มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์รัสเซียร่วมสมัยก็คือเมืองนี้คือเมืองบ้านเกิดของบาริส นิคาลาเยวิช เยลต์ซิน (Борис Николаевич Ельцин) ประธานาธิบดีคนแรกของรัสเซีย บุคคลที่สำคัญยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัสเซียจากสังคมนิยมสู่ทุนนิยมปัจจุบัน เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองบ้านเกิดและเมืองที่เขาเติบโต ดังนั้นจึงมีพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับชีวิตและการทำงานของเขาตั้งอยู่ด้วย

พิพิธภัณฑ์บาริส เยลต์ซินนี้ตั้งอยู่ในศูนย์เยลต์ซิน (Ельцин центр) เพื่ออุทิศให้กับชีวิตและงานของประธานาธิบดีทุนนิยมคนแรกของรัสเซีย ผู้นำที่คนรัสเซียไม่มีใครชอบเลย เวลาพูดถึงประชาธิปไตย คนรัสเซียที่โตมาพร้อมยุคเยลต์ซินอยู่ในอำนาจเมื่อราวยี่สิบสามสิบปีก่อนก็จะนึกถึงผู้นำขี้เมาที่ทำประเทศฉิบหายไม่มีอันจะกินกันมากกว่า ภาวะเช่นนี้ผูกกับภาวะที่รัสเซียเปิดเสรีและเอาใจตะวันตกในช่วงทศวรรษ 1990 อย่างเลี่ยงไม่ได้ และส่วนตัวผู้เขียนก็มองว่าเวลาคนรัสเซียพูดถึงตะวันตก ภาพความฉิบหายในช่วงทศวรรษของเยลต์ซินก็ตามมาหลอกหลอนผู้คนที่โตทันยุคนั้นเสมอ แต่คงเพราะเขาเป็นคนลากวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำคนปัจจุบันสู่อำนาจ ดังนั้นหลังจากเขาถึงแก่กรรมในปี 2007 ก็เลยได้มีพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตบนถนนที่ดูดีที่สุดของเมืองเยคาเทรินบูร์ก เมืองที่ใหญ่อันดับสี่ของรัสเซียรองจากมอสควา เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และนาวาซีบีร์สก์ (เมืองเอกของรัสเซียฝั่งไซบีเรีย)

พิพิธภัณฑ์นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีและทันสมัยที่สุดในรัสเซีย (และจากปากคำของเพื่อน ๆ และเจ้าหน้าที่ที่นี่ บอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปด้วย หากจะนับว่ารัสเซียอยู่ในยุโรป) พอมาดูก็พบว่าจริงสมคำร่ำลือ ทุกห้องมีนิทรรศการแสงสีอันน่าตื่นตา พื้นที่นิทรรศการชั้นหนึ่งของเขตพิพิธภัณฑ์ทำให้เราเข้าใจทั้งพัฒนาการการเมืองรัสเซียพร้อม ๆ กับชีวิตของเยลต์ซิน ส่วนพื้นที่ชั้นสองนั้นเป็นพื้นที่ใหญ่ แสดงชีวิตทางการเมืองของเยลต์ซินนับแต่ได้รับเชิญจากมิฮาอิล การ์บาชอฟให้มาดูแลกรุงมอสควาเพื่อร่วมกันปฏิรูปประเทศตามแนวคิดเปเรสตรอยก้าของการ์บาชอฟเอง มีการจำลองห้องประชุมวังเครมลิน รถเมล์ในสมัยโซเวียต ห้องพักคนรัสเซียในเมืองหลวงตอนเกิดกบฏล้มการ์บาชอฟปี 1991 ที่เยลต์ซินกลายเป็นวีรบุรุษต้านกบฏ การล่มสลายของสหภาพโซเวียต การปราบปรามการก่อการกำเริบของมวลชนปี 1993 ที่ต้องการนำพารัสเซียกลับสู่ระบอบเก่า การปฏิรูปสังคมและเศรษฐกิจสู่ระบอบทุนนิยม วิวัฒนาการรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ร่างยุคเยลต์ซิน ไปจนถึงวันที่เยลต์ซินลาออกจากตำแหน่ง นิทรรศการบังคับกลาย ๆ ให้เราเดินไปตามโซนต่าง ๆ เพื่อให้เราได้เห็นวิวัฒนาการของบทบาทเยลต์ซิน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดูเข้าใจง่ายแม้ไม่รู้บริบททางการเมืองมากนัก

บัตรชมพิพิธภัณฑ์ในราคานักศึกษา ภาพแสดงนิทรรศการกรุงมอสควาใต้การนำเยลต์ซิน

แต่แม้กระนั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่แสดงความลักลั่นของรัสเซียตอนนี้ได้ดีอีกเหมือนกัน บรรดาบุคคลทั้งหลายที่ปรากฏในบทสัมภาษณ์ชีวิตและการทำงานของเยลต์ซิน หรือว่าในคลิปห้องเสรีภาพห้องสุดท้ายที่มีผลงานศิลปะ “เสรีภาพ” (Свобода) ผลงานของเอริก บูลาตอฟ (Эрик Булатов) เจ้าพ่อป๊อปอาร์ตนอกกระแสทางการโซเวียต (ที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “โซตซ-อาร์ต” หรือ Sots Art ในภาษาอังกฤษและ Соц-арт ในภาษารัสเซีย) สีฟ้าขาวเบ้อเริ่มเทิ่มตระการตาพร้อมกับบรรดาวีดิโอที่พูดถึง “รัสเซียยุคประชาธิปไตย” ก็คือคนที่ตอนนี้โดนประณามจากฝั่งปูตินว่าทรยศชาติเพราะต่อต้านเรื่องไครเมียกันทั้งนั้น เช่น อันเดรย์ มาคาเรวิช (Андрей Макаревич) นักร้องนำวงมาชินา วเรเมนี (Машина времени) วงดนตรีต้นฉบับร็อกโซเวียต ผู้ซึ่งถูกประณามทั้งจากสมาชิกร่วมวงและคนรัสเซียว่าขายชาติหลังจากเขาออกมาต่อต้านนโยบายไครเมียของปูตินในปี 2014 เป็นต้น ห้องที่โชว์ปูตินพร้อมกับคำพูดเกี่ยวกับประชาธิปไตยและเสรีภาพนี่ก็ประหลาดเหลือเกิน หากเปรียบเทียบกับสภาพสังคมรัสเซียที่ถูกจำกัดเสรีภาพซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ โศกนาฏกรรมจากการปราบปรามคู่แข่งทางการเมืองหรือความเคลื่อนไหวแยกดินแดนยุคเยลต์ซินทั้งหลายก็ถูกละเว้นหรือตัดทอนไป นับแต่เหตุการณ์วิกฤติการณ์รัฐธรรมนูญและการกำเริบของมวลชนปี 1993 ที่จบท้ายด้วยการนองเลือด หรือการปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของรัสเซีย แม้จะยังรับความจริงได้ว่านโยบายเยลต์ซินไม่เป็นที่นิยมมากนักก็ตาม และเอาจริง ๆ พิพิธภัณฑ์ของผู้นำรัสเซียจากเมืองเยคาเทรินบูร์ก แต่กลับหาผลงานเขาที่เมืองบ้านเกิดได้ยาก ก็คงพอบอกได้ชัดเจนว่านิทรรศการนี้สะท้อนภาพและทัศนคติของสังคมรัสเซียรวมศูนย์ที่เมืองหลวงได้ดีเพียงไร แต่ในเมื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่แสดงเรื่องเยลต์ซินที่เติบโตที่เมืองหลวง จะโชว์เรื่องราวที่เยลต์ซินเป็นพระเอกก็คงไม่ผิดนัก

เมื่อเห็นพิพิธภัณฑ์เยลต์ซิน ผู้เขียนก็อดคิดไม่ได้ถึงชะตากรรมของมรดกการ์บาชอฟ อดีตผู้นำโซเวียตคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ มูลนิธิเล็ก ๆ ของเขาที่ไม่มีแรงทางการมาช่วยเหลือนี้ยังคงอยู่ได้ด้วยบรรดาผู้ที่เคยทำงานร่วมกับเขาและยังยืนหยัดกับเขาในวันที่ประเทศล่มสลาย แม้จะมีผู้ชื่นชมเขามากมายในโลกตะวันตก แต่ด้วยกฎหมาย “สายงานต่างชาติ” ที่บัญญัติให้องค์กรเอกชนรัสเซียที่รับเงินบริจาคจากต่างชาติถูกขึ้นบัญชีเป็น “สายงานต่างชาติ” (Foreign agent) ได้ส่งผลต่อองค์กรอิสระไม่แสวงหาผลกำไรหลายแห่ง รวมถึงมูลนิธิการ์บาชอฟที่ทำหน้าที่วิจัยมรดกยุคของเขาเองด้วย เพราะตัวเขาก็ไม่ใช่จะมีคนรักใคร่มากนักในประเทศของเขาเอง ทั้งที่ยุคของการ์บาชอฟนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคือยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมรัสเซียปัจจุบันเช่นเดียวกับยุคเยลต์ซิน และวงวิชาการยังคงต้องการผู้ศึกษายุคอันสำคัญนี้อีกมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าหากการ์บาชอฟมีพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตโอ่โถงขนาดนั้น ข้อมูลจะถูกตัดทอนขนาดไหนอีกเช่นกัน เพราะท่ามกลางชื่อเสียงเรื่องนโยบายเปิดสหภาพโซเวียตของเขา ก็มีการปราบปรามมวลชนอีกหลายครั้งที่ถูกลืมในยุคเขาเอง เช่นการประท้วงที่คาซักสถานในปี 1986 หรือการประท้วงเรียกร้องเอกราชทั้งในชาติบอลติกและชาติคอเคซัสช่วงปลายโซเวียต เป็นต้น

สนามเยคาเทรินบูร์ก อารีนา ที่จะใช้จัดฟุตบอลโลก

แม้จะปรากฏข้อสังเกตทั้งหลายข้างต้น แต่หากใครมีโอกาสไปเมืองเยคาเทรินบูร์ก เมืองเอกแห่งเทือกเขาอูราลแห่งนี้ ก็อยากแนะนำให้ได้ลองไปเยี่ยมชมกัน (โดยเฉพาะคนที่จะไปดูฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งมีการแข่งขันส่วนหนึ่งจัดที่เมืองนี้ด้วย) พิพิธภัณฑ์เข้าใจง่าย วิวบริเวณถนนเยลต์ซิน ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ดูงดงามแบบเมืองที่ทางการให้ความสำคัญอย่างมอสควาหรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ดูเจริญผิดจากเมืองปกติเกือบทั้งหมดของรัสเซียสุดลิ่มทิ่มประตูเลยทีเดียว

2 thoughts on “มรดกผู้นำคนแรกของรัสเซียยุคหลังโซเวียตผ่านพิพิธภัณฑ์บาริส เยลต์ซินที่เมืองเยคาเทรินบูร์ก”

    1. นิทรรศการมีซับครับ มีไกด์ภาษาอังกฤษด้วย คนรัสเซียก็ไปกันแต่ไม่เยอะเท่าไร เว้นแต่สถานศึกษาจะบังคับให้มาครับ หลายคนยังเชียร์ให้ทำลายทิ้ง อนุสาวรีย์เยลต์ซินหน้าตึกนี่โดน vandalise มานับไม่ถ้วนเลยด้วยซ้ำ 55

      Like

Leave a comment