คำประกาศอิสรภาพและสถาปนาสาธารณรัฐไอริช ค.ศ. ๑๙๑๖ (เหตุการณ์ลุกฮือวันอีสเตอร์)

POBLACHT NA hÉIREANN(1)
รัฐบาลเฉพาะกาลแห่งสาธารณรัฐไอริช ถึงประชาชนชาวไอร์แลนด์

ชายและหญิงชาวไอริชทั้งหลาย: ในนามของพระผู้เป็นเจ้าและในนามของบรรพบุรุษผู้วายชนม์หลายชั่วคนซึ่งมอบธรรมเนียมอันเก่าแก่แห่งความเป็นชาติมายังไอร์แลนด์(2) บัดนี้เธอได้ประกาศผ่านพวกเราถึงบุตรหลานของเธอให้จงมายังธงของเธอและลุกขึ้นสู้เพื่อเสรีภาพของไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์ได้จัดตั้งและฝึกฝนความกล้าหาญของเธอผ่านองค์การใต้ดินคือขบวนการภราดรสาธารณรัฐไอริช(3) และกองกำลังบนดินคือขบวนการอาสาไอริช(4) และกองทัพพลเมืองไอริช(5) เธอยังได้สั่งสมวินัยด้วยความอดทนและเฝ้ารอคอยอย่างแน่วแน่ถึงโอกาสอันเหมาะสมที่จะเผยตนเองออกมา และบัดนี้เธอก็ได้ไขว่คว้าโอกาสนั้น ทั้งด้วยการสนับสนุนจากบุตรหลานพลัดถิ่นในอเมริกาและพันธมิตรอันกล้าหาญในยุโรป(6) แต่กระนั้นเธอก็ยังพึ่งพากำลังของตนเองเป็นหลัก และไอร์แลนด์ก็ได้ลุกขึ้นสู้ด้วยความมั่นใจในชัยชนะอย่างเต็มเปี่ยม

Continue reading “คำประกาศอิสรภาพและสถาปนาสาธารณรัฐไอริช ค.ศ. ๑๙๑๖ (เหตุการณ์ลุกฮือวันอีสเตอร์)”

โพ้นทะเลเสวนา ตอนที่ ๓: “ความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเมืองไทย”

การเสวนาเรื่อง “ความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเมืองไทย”  เป็นตอนที่ ๓ ของเสวนาชุด “สถาบันกษัตริย์ในสมัยเปลี่ยนผ่าน” โดยเป็นการคุยเกี่ยวกับบทความ “ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย” ในบล็อกนักเรียนไทยโพ้นทะเล

ในตอนนี้ สุญญาตา เมี้ยนละม้ายและอติเทพ ไชยสิทธิ์ชวน “พลอยใจ ปิ่นตบแต่ง” ผู้สนใจประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาอังกฤษศตวรรษที่ ๑๘ มาคุยกันเรื่องการนำเอาประวัติศาสตร์หรือแนวคิดเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อังกฤษโดยผู้ที่มีส่วนเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยมาใช้อย่างผิดฝาผิดตัว (รวมทั้งที่เข้าใจผิด) ทั้งในแง่ของบริบททางประวัติศาสตร์และห้วงเวลา โดยพลอยใจชี้ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของสถาบันกษัตริย์อังกฤษ ตั้งแต่ยุคสงครามกลางเมือง ยุคจักรวรรดิ และยุคปัจจุบัน ซึ่งต้องผ่านการต่อรองทางอำนาจกับระบอบรัฐสภา รวมถึงความสลับซับซ้อนของระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณี (Common law) ที่ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้สนับสนุนฝ่ายกษัตริย์เสมอไป

การยกสถาบันกษัตริย์อังกฤษมาเปรียบเทียบกับไทย ดังที่หมอวรงค์ หรือไชยยันต์ ไชยพรมักนำมาใช้อ้างอิงนั้นมีปัญหาอย่างไร? กฎหมายจารีตประเพณีของอังกฤษเหมือนหรือต่างกับจารีตประเพณีเรื่องพระราชอำนาจของไทย? ทำไมการพูดคุยเรื่องสถาบันกษัตริย์ โดยพิจารณาเรื่องความสลับซับซ้อนและบริบทของประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องจำเป็น? ขอเชิญผู้ที่สนใจติดตามรับชมรับฟัง “โพ้นทะเลเสวนา” ตอนที่ ๓ ได้ ผ่านทางช่อง Youtube, Spotify, และ Apple Podcasts

ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย

ดูเหมือนว่าความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวสถาบันกษัตริย์ของสหราชอาณาจักรนั้นมักถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนจุดยืนทางการเมืองของนักเคลื่อนไหวคนสำคัญหลายคน เช่น หมอวรงค์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มไทยรักษาชาติ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโจนาธาน เฮด ในรายการ BBC Newsnight ว่าประชาชนชาวอังกฤษไม่สามารถด่าทอประมุขของรัฐหรือควีนอลิซาเบธที่สองได้ แต่ผู้สื่อข่าวได้แย้งในรายการทันทีว่านั่นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง[1] ยิ่งไปกว่านั้น การวิจารณ์กษัตริย์ในประเทศสหราชอณาจักรนั้นมีมาอย่างช้านาน ไม่ได้เพิ่งมามีในศตวรรษนี้

นายวรงค์ เดชกิจวิกรมให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวของช่องบีบีซี (BBC News) ในหัวข้อ ‘ Why are young activists in Thailand protesting against the Monarchy?’ หรือ ทำไมนักกิจกรรมคนรุ่นใหม่ในไทยถึงประท้วงต่อต้านบทบาทของสถาบันกษัตริย์?
Continue reading “ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา

ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศอย่างเช่นอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลพวงของการต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำจารีตประเพณีอย่างกษัตริย์ ศาสนจักร และอภิชนเจ้าที่ดินกับชนชั้นนำใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสะสมทรัพย์สมบัติที่มาจากการทำงานหรือการทำธุรกิจอย่างเช่นชนชั้นกระฎุมพี (ทนายความ พ่อค้า สมาคมอาชีพ) ก่อนการกำเนิดชนชั้นใหม่นี้ การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจภายในชนชั้นนำจารีตประเพณีเองก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางอำนาจอย่างถาวร

การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างชนชั้นนำดังที่ว่านี้นำไปสู่การโค่นล้มกษัตริย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างกันที่เพียงว่าในอังกฤษฝ่ายกษัตริย์นิยมสามารถกลับคืนสู่อำนาจได้อีกและวิวัฒนาการจนเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นปัจจุบัน แต่ในฝรั่งเศสเกิดการสับเปลี่ยนไปมาระหว่างระบอบสาธารณรัฐ ระบอบจักรพรรดินิยมของราชวงศ์โปนาบาร์ต และระบอบกษัตริย์นิยมของราชวงศ์บูรบง ก่อนจะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐเช่นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าในประเทศยุโรป ถ้าหากสถาบันกษัตริย์ไม่ยอมประนีประนอมจนเหลือเพียงสถานะทางพิธีกรรมก็จะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐไป

แต่ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในบางประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือประเทศญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการที่พิเศษแตกต่างไปจากบริบทแบบยุโรป ลักษณะพิเศษดังนี้เองที่ทำให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทยมีอำนาจมากทั้งในทางการเมืองและทางวัฒนธรรม สถาบันกษัตริย์ไทยไม่เพียงอยู่ในสถานะเหนือการเมือง แต่ยังดำรงอยู่ในการเมืองอีกด้วย สถาบันกษัตริย์ที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อวิวัฒนาการประชาธิปไตยในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสถาบันกษัตริย์จะจัดวางตำแหน่งตัวเองในลักษณะที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องด้วยการที่กษัตริย์ไทยแทบไม่เคยปฏิเสธการรัฐประหาร

Continue reading “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา”

เยี่ยมบ้านชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่ประเทศอังกฤษ

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปร่วมนำเสนอโปสเตอร์ในงานประชุมวิชาการของนักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยปริญญาเอกที่สถาบันฟรานซิส คริกค์ (Francis Crick Institute) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ. สถาบันนี้ตั้งตามชื่อหนึ่งในผู้เสนอโครงสร้างโมเลกุลของดีเอ็นเอ เจมส์ วัตสัน (James Watson) และฟรานซิส คริกค์.

Continue reading “เยี่ยมบ้านชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีวิวัฒนาการ ที่ประเทศอังกฤษ”