โพ้นทะเลเสวนา ตอนที่ ๗ – “๑๙๕๕ ปีที่เวียดนาม (ใต้) ลงมติถอดถอนกษัตริย์”

การเสวนาเรื่อง “๑๙๕๕ ปีที่เวียดนาม (ใต้) ลงมติถอดถอนกษัตริย์” เป็นตอนที่ ๗ ของงานเสวนาชุด “สถาบันกษัตริย์ในสมัยเปลี่ยนผ่าน” โดยเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับบทความชื่อเดียวกันในบล็อกนักเรียนไทยโพ้นทะเล

ในตอนนี้ ณัฐนพ พลาหาญ และ ณัฐพล อึ้งทม ชวน “ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์” ผู้สนใจการเมือง สังคม และวัฒนธรรมเวียดนาม มาคุยกันเรื่องบทบาทที่เปลี่ยนไปของสถาบันกษัตริย์เวียดนามตั้งแต่ยุคอาณานิคมจนถึงสงครามเวียดนาม

โพ้นทะเลเสวนาในตอนนี้จะพาท่านผู้ชมไปสำรวจบทบาทของกษัตริย์เวียดนามภายใต้เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส พร้อมกับทำความเข้าใจว่าเหตุใดสถาบันกษัตริย์เวียดนามจึงเสื่อมความนิยมลงจนนำไปสู่การสละราชสมบัติในปี ๑๙๔๕ และการลงมติถอดถอนเบ๋าได่ออกจากตำแหน่งพระจักรพรรดิอีกครั้งในปี ๑๙๕๕

ขอเชิญผู้ที่สนใจติดตามรับชมรับฟัง “โพ้นทะเลเสวนา” ตอนที่ ๗ ได้ผ่านทางช่อง Youtube, Spotify, และ Apple Podcasts

สวัสดิการแรงงาน: สิทธิในการศึกษาและการฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง (Continuing education) ของฝรั่งเศส

แนวคิดของระบบ CPF เป็นสวัสดิการที่ช่วยให้แรงงานสามารถยกระดับทักษะความรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เป็นประโยชน์ต่อทั้งรัฐและต่อตัวแรงงานเอง – ผู้เขียนเข้าใจว่าประเทศไทยยังไม่มีสวัดิการแรงงานในลักษณะนี้ที่รัฐช่วยอุดหนุนการหาความรู้และยกระดับทักษะของแรงงาน ผู้เขียนคิดว่านี่เป็นประเด็นที่นักสิทธิแรงงานในไทยควรพิจารณาต่อสู้เรียกร้องต่อไป

ตามกฎหมายแรงงานของฝรั่งเศส บุคคลในวัยแรงงานที่มีอายุตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไป (หรือ ๑๕ ปี ในกรณีที่มีสัญญาประเภทฝึกงาน) มีสิทธิ์ในการศึกษาและการฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง (Formation continue) หรือ Continuing education จนกระทั่งถึงเกษียณอายุ

ในทางปฏิบัติ ผู้เขียนไม่ทราบถึงรายละเอียดของระบบที่มีการใช้งานอยู่ก่อนหน้าปี ค.ศ. ๒๐๑๕ เพราะผู้เขียนเพิ่งเริ่มทำงานที่ฝรั่งเศสในปี ค.ศ. ๒๐๑๗ ซึ่งได้มีการใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า ‘ทะเบียนการศึกษาและฝึกฝนทักษะส่วนบุคคล’ (Compte personnel de formation) หรือ CPF มาระยะหนึ่งแล้ว

ระบบ CPF คือการแปลงจำนวนชั่วโมงทำงานให้กลายเป็นเงินเครดิตที่สามารถใช้จ่ายหรือเป็นส่วนลดค่าสมัครหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะอาชีพต่างๆ ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพแรงงาน หรือช่วยเพิ่มเติมทักษะที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนสาขาอาชีพ (เงินเครดิตนี้ไม่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้) บุคคลที่มีสิทธิ์ใช้งานระบบ CPF ไม่ใช่แค่คนที่ยังทำงานอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่ว่างงานและกำลังหางานทำอีกด้วย – ผู้สมัครระบบ CPF เป็นได้ทั้งบุคคลที่มีสัญญาระยะสั้นหรือสัญญาระยะยาว

Continue reading “สวัสดิการแรงงาน: สิทธิในการศึกษาและการฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง (Continuing education) ของฝรั่งเศส”

โพ้นทะเลเสวนา ตอนที่ ๖ – “สถาบันกษัตริย์ลาวในการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณาจักรสู่รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์”

การเสวนาเรื่อง “สถาบันกษัตริย์ลาวในการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณาจักรสู่รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์” เป็นตอนที่ ๖ ของเสวนาชุด “สถาบันกษัตริย์ในสมัยเปลี่ยนผ่าน” โดยเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับบทความชื่อเดียวกันในบล็อกนักเรียนไทยโพ้นทะเล

ในตอนนี้ ดิน บัวแดง และ พิชยะพัฒน์ นัยสุภาพ ชวน “ณัฐพล อิ้งทม” ผู้สนใจประวัติศาสตร์การเมืองลาวสมัยใหม่ มาคุยกันเรื่องพัฒนาการทางประวัติศาสตร์การเมืองลาวและสถาบันกษัตริย์ลาวโดยเน้นหนักในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

โพ้นทะเลเสวนาในตอนนี้จะกล่าวถึงความเป็นมาของประเทศลาวและสถาบันกษัตริย์ลาวโดยสังเขป ก่อนที่จะพูดถึงประวัติศาสตร์การเมืองยุคราชอาณาจักรระหว่าง ค.ศ. ๑๙๔๕-๑๙๗๕ ในภาพรวม ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองภายในที่ได้รับอิทธิพลจากสงครามเวียดนาม ตลอดจนความเป็นไปของสถาบันกษัตริย์ลาว ที่นำมาสู่ชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์และการโค่นล้มสถาบันกษัตริย์อย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงกระแสนิยมเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในยุค สปป.ลาว

ขอเชิญผู้ที่สนใจติดตามรับชมรับฟัง “โพ้นทะเลเสวนา” ตอนที่ ๖ ได้ ผ่านทางช่อง YoutubeSpotify, และ Apple Podcasts

สถาบันกษัตริย์ลาวในการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณาจักรสู่รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

ลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชอาณาจักรมาเป็นระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1975 อันเป็นการปิดฉากระบอบกษัตริย์ที่สืบทอดมายาวนานกว่าเจ็ดร้อยปีนับแต่เจ้าฟ้างุ้ม (ค.ศ.1353-1372) ได้สถาปนาอาณาจักรล้านช้างขึ้น

อย่างไรก็ดี จากหลักฐานที่ปรากฏในช่วงเวลาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการล่มสลายของระบอบกษัตริย์ลาวมิได้เป็นสิ่งที่ผู้สังเกตการณ์การเมืองลาวในขณะนั้นคาดการณ์ไว้เนื่องจากในช่วงที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เริ่มเข้ายึดอำนาจในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1975 นั้น พวกเขายืนยันอย่างหนักแน่นต่อชนชั้นนำฝ่ายขวาที่จะรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ต่อไป อันเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การยึดอำนาจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนั้นได้สร้างความประหลาดใจให้แก่นานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันกษัตริย์ไทยซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับสถาบันกษัตริย์ลาว

ดังนั้น บทความนี้จึงพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากระบบกษัตริย์สู่สาธารณรัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในลาว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงบริบททางการเมืองในยุคสงครามเย็นที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ในประเทศอื่น ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

Continue reading “สถาบันกษัตริย์ลาวในการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณาจักรสู่รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์”

นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน”

“สงครามอนุสาวรีย์” ที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้ ดูเหมือนจะสวนกระแสกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโลก กล่าวคือ กระแส Black lives matter ในสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดปรากฎการณ์การทุบทำลายรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาส เช่น รูปปั้นของ Christopher Columbus ส่วนในฝรั่งเศส มีการพ่นสีใสรูปปั้นของ Jean-Baptiste Colbert รัฐมนตรีคนสำคัญสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการค้าทาสในอาณานิคม รวมถึงการพ่นสีใส่รูปปั้น Charles de Gaulle ประธานาธิบดีและผู้นำทหารคนสำคัญของฝรั่งเศสช่วงสงครามอัลจีเรีย ที่เมือง Hautmont และ Pavillons-Sous-bois สองกรณีดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีมาครง ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนว่า “ฝรั่งเศสจะไม่ลบร่องรอยหรือชื่อใครออกจากประวัติศาสตร์และจะไม่มีการรื้อถอนรูปปั้น”

21738679
รูปปั้น Jean-Baptiste Colbert ที่หน้ารัฐสภา กรุงปารีส (CHRISTOPHE PETIT TESSON / MAXPPP)

Eaizt7fXsAItBNR
รูปปั้น Charles de Gaulle ที่เมือง Hautmont (Xavier Bertrand/Twitter)

Continue reading “นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน””

โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา

ผมต้องยอมรับว่าแค่คิดจะเขียนโต้บทความนี้ (อ่านได้ที่นี่) ก็เกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาแล้ว เพราะโตมร สุขปรีชาผู้ดูท่าจะตั้งใจเขียนบทความหลายตอนเกี่ยวกับประเด็นที่ซับซ้อนอย่างบทบาทของโรเบสปิแอร์ในการปฏิวัติฝรั่งเศสกลับเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนถึงสักเท่าไหร่ในหลายจุดของบทความ

สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือการบอกว่าโรเบสปิแอร์เสียชีวิตวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1794 ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 จะมองว่าเป็นการพิมพ์ผิดก็คงไม่ได้ เพราะการตั้งใจปล่อยบทความในวันนี้ก็ดูจะสอดคล้องกันดี

Continue reading “โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา

ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศอย่างเช่นอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลพวงของการต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำจารีตประเพณีอย่างกษัตริย์ ศาสนจักร และอภิชนเจ้าที่ดินกับชนชั้นนำใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสะสมทรัพย์สมบัติที่มาจากการทำงานหรือการทำธุรกิจอย่างเช่นชนชั้นกระฎุมพี (ทนายความ พ่อค้า สมาคมอาชีพ) ก่อนการกำเนิดชนชั้นใหม่นี้ การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจภายในชนชั้นนำจารีตประเพณีเองก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางอำนาจอย่างถาวร

การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างชนชั้นนำดังที่ว่านี้นำไปสู่การโค่นล้มกษัตริย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างกันที่เพียงว่าในอังกฤษฝ่ายกษัตริย์นิยมสามารถกลับคืนสู่อำนาจได้อีกและวิวัฒนาการจนเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นปัจจุบัน แต่ในฝรั่งเศสเกิดการสับเปลี่ยนไปมาระหว่างระบอบสาธารณรัฐ ระบอบจักรพรรดินิยมของราชวงศ์โปนาบาร์ต และระบอบกษัตริย์นิยมของราชวงศ์บูรบง ก่อนจะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐเช่นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าในประเทศยุโรป ถ้าหากสถาบันกษัตริย์ไม่ยอมประนีประนอมจนเหลือเพียงสถานะทางพิธีกรรมก็จะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐไป

แต่ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในบางประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือประเทศญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการที่พิเศษแตกต่างไปจากบริบทแบบยุโรป ลักษณะพิเศษดังนี้เองที่ทำให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทยมีอำนาจมากทั้งในทางการเมืองและทางวัฒนธรรม สถาบันกษัตริย์ไทยไม่เพียงอยู่ในสถานะเหนือการเมือง แต่ยังดำรงอยู่ในการเมืองอีกด้วย สถาบันกษัตริย์ที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อวิวัฒนาการประชาธิปไตยในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสถาบันกษัตริย์จะจัดวางตำแหน่งตัวเองในลักษณะที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องด้วยการที่กษัตริย์ไทยแทบไม่เคยปฏิเสธการรัฐประหาร

Continue reading “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา”

มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย”

แปลจากบทสัมภาษณ์ Michel Pastoureau: “Chosir le jaune comme emblème, c’est à la fois courageux et dangereux” เขียนโดย Mathieu Dejean เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ในเว็ปไซต์ Les Inrockuptibles เข้าถึงได้ที่ https://www.lesinrocks.com/2018/12/06/actualite/michel-pastoureau-choisir-le-jaune-comme-embleme-cest-la-fois-courageux-et-dangereux-111149774/?fbclid=IwAR1GxB4Ehgx2HiIHVOGOEzagULrde_5o4udzr7ww5185b2LVdjEZUDyWYRk เชิงอรรถทั้งหมดเป็นของผู้แปล

france-social-politics-environment-oil-demo-3

กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 บนถนนฌ็องเซลิเซ่ (LUCAS BARIOULET/AFP)

นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติการทางสังคมและการเมืองของสีผู้โด่งดังไปทั่วโลกจากผลงานหลายชิ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสีในโลกตะวันตก มิเชล ปาสตูโรวิเคราะห์การใช้สี “เหลือง” โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่สั่นสะเทือนประเทศฝรั่งเศสอยู่ในขณะนี้

มิเชล ปาสตูโร นักประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้เขียนหนังสือสี่เล่มอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสีน้ำเงิน ดำ เขียว และแดง กำลังเตรียมตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับสีเหลือง ในขณะที่ขบวนการ “เสื้อกั๊กเหลือง” กำลังจะถึงจุดสูงสุดของการต่อสู้ เขาวิเคราะห์ปรากฎการณ์ใหม่ที่มีการใช้สีเหลืองในทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศ

Continue reading “มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย””

บ่นเรื่องความห่วยแตกของระบบราชการฝรั่งเศส

นักเรียนฝรั่งเศสทุกคนเท่าที่ผมทราบ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ไม่เคยประสบปัญหากับระบบราชการที่นี่ เรื่องนี้สำหรับผมเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เสียทั้งเวลาทั้งเงินทั้งสุขภาพจิตโดยใช่เรื่อง  ทำเอาคนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว

Continue reading “บ่นเรื่องความห่วยแตกของระบบราชการฝรั่งเศส”