บทกวี “แด่เพื่อน”

ขออุทิศบทกวีนี้แด่พี่สมยศ ทนายอานนท์ เพนกวิ้น และหมอลำแบงค์ รวมทั้งเพื่อนทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่ในเมืองไทย

(ภาพประกอบ: ปกหนังสือ “ศึก” สมานมิตร สวนกุหลาบ)

เบื้องหน้าคือทางยาว
คดเคี้ยวแหละวกวน
ที่เปลี่ยวเปล่าไร้ผู้คน
ทุรยากลำบากหลาย
เพื่อนเอยช่างหาญกล้า
เดินเดี่ยวคนเดียวดาย
เพื่อนฟันฝ่าอุทิศกาย
ถางแดนเถื่อนให้เป็นทาง
เพื่อนเอยจงมีหวัง
ทางเถื่อนที่เลือนราง
ที่เปรียบดังรุจีกลาง-
ประภาส่องอยู่รำไร
เพื่อนเอยสำนึกตน
เพื่อนหยิ่งว่าเป็นไท
ความเป็นคนอันอำไพ
มิยอมท้อต่ออธรรม
หนทางที่วิบาก-
ทุกก้าวจะเคี่ยวกรำ
นี้ เพื่อนยากดำเนินนำ
และหลอมค่าความเป็นคน
หมื่นพันคำหยันเย้ย
ใครหยามก็ทานทน
เพื่อนวางเฉยมิได้สน
เชิดหน้าดุ่มดำเนินไป
มุ่งหน้าสู่ปลายทาง
แสนคนจะรวมใจ
อันสว่างอยู่เรืองไร
แลล้านคนจะเดินเคียง
ประมวลเป็นคลื่นคน
กู่ร้องและก้องเสียง
ที่ทุกข์ทนอยู่รายเรียง
ให้ถึงฟ้านภาหาว
แม้พรหมมาจำแลง
สูงเทียมดาราพราว
เป็นกำแพงที่เหยียดยาว
ก็ไม่หวั่นจะขวางไหว
คลื่นคนย่อมท่วมท้น
กวาดฟ้าสุราไลย
ทะลักล้นเนืองนองไป
มลายล้างลงเพียงดิน

นิทานเรื่องการ “กลืนเลือด” ของปิยบุตร แสงกนกกุล

ผมเพิ่งได้ดูสัมภาษณ์ปิยบุตร ที่เผยแพร่เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2563 ในเฟสบุ๊คของ a day BULLETIN[1] ในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว ปิยบุตรพูดว่าเขากลืนเลือด และเจ็บปวดกับการที่ต้องทรยศในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ โดยอ้างถึงเหตุการณ์วันที่ 27 มีนาคม 2561 เมื่อเขาจำเป็นต้องโพสต์ในเฟสบุ๊คว่าจะไม่นำประเด็นเรื่อง 112 ไปผลักดันในพรรค เพื่อแลกกับการที่พรรคจะได้ไปต่อในสถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่าล้มเจ้า[2] ต่อมาในปัจจุบัน หลังจากทบทวนตัวเองแล้ว ปิยบุตรยอมรับว่าอาจจะผิดพลาดจริง ในแง่ที่ขับเคลื่อนเรื่องสถาบันกษัตริย์ในสภาน้อยเกินไป

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ 112 ถูกกลับมาใช้ในทางการเมือง นักเคลื่อนไหวกำลังถูกดำเนินคดี ปิยบุตรออกมาแก้ตัวให้ตัวเองว่าสองปีก่อนต้อง “กล้ำกลืนความเจ็บแค้นอย่างแสนสาหัส” (นิยามคำว่า “กลืนเลือด” ของราชบัณฑิตยสภา) เพราะมิอาจทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ปิยบุตรคงไม่ได้ “กลืนเลือด” ตัวเองเพราะขณะนั้นเขาละทิ้งสิ่งที่เขาเคยเชื่อ คืออุดมคติเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จริงๆ (จะกล่าวต่อไป) ในขณะเดียวกันฝ่าย “ประชาธิปไตย” แทบทั้งหมดมีฉันทามติสนับสนุนการยอมถอยเรื่อง 112 ของปิยบุตร แม้แต่นักวิชาการที่เคยเคลื่อนไหวในนาม ครก. 112 เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ก็พร้อมเชียร์และให้โอกาสปิยบุตร[3] ในวันนั้น มีแต่ดอกไม้ คำหวาน และคนรายล้อมสนับสนุน นักการเมืองที่ชื่อปิยบุตรเลือดไม่ออก ไม่มีอะไรจะต้องกลืน

Continue reading “นิทานเรื่องการ “กลืนเลือด” ของปิยบุตร แสงกนกกุล”