บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (แปล)

สมาคมชาวนาไห่เฟิง

บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง
บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (海丰农民运动)

ลัทธิสังคมนิยมคือหนึ่งในความคิดและอุดมการณ์จากต่างชาติที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าปัญญาชนจีนในช่วงสองทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 20 ผู้สมาทานลัทธิมาร์กซ์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังชัยชนะของการปฏิวัติบอลเชวิคในรัสเซีย ปี ค.ศ. 1917 จากนั้นในปี ค.ศ. 1921 พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ในช่วงปี ค.ศ. 1920s พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเพิ่งกำเนิดขึ้นใหม่นั้นมีฐานสนับสนุนอยู่ในเขตเมือง เช่น ปัญญาชนและผู้ใช้แรงงานที่มีการรวมตัวเป็นสหภาพ แต่ในขณะเดียวกันนี้เองที่การจัดตั้งชาวนาได้มีความคืบหน้าขึ้น

ด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งจากบันทึกของเผิงพ่าย (ค.ศ. 1896-1929) เกี่ยวกับความพยายามบุกเบิกจัดตั้งสหภาพชาวนาขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1921-1923 เผิงพ่ายเริ่มมีความสนใจในลัทธิสังคมนิยมของชาวนาขณะที่เขาศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นช่วงปี ค.ศ. 1918-1921 ต่อมาเขาได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นและเริ่มนำความคิดสู่การปฏิบัติ บันทึกนี้ครอบคลุมเรื่องราวความสำเร็จในช่วงต้น ก่อนที่เพิงผ่ายจะต้องหลบหนีจากตำบลไห่เฟิงเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นตัดสินใจกำจัดสหภาพชาวนา

Continue reading “บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (แปล)”

สถาบันกษัตริย์ รัฐประหาร และการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐในกรีซ

“… ระบอบกษัตริย์​คืออะไร? มันอ้างความชอบธรรม​ในการใช้อำนาจมาจากที่ใดหรือ? มันได้ให้อะไรที่เป็นประโยชน์​ต่อมนุษยชาติบ้าง? ระบอบกษัตริย์​คือซากเดนของทรราชที่​มนุษยชาติในวันเวลาที่ดำมืดที่สุดและโง่เขลาที่สุดในประวัติศาสต​ร์ของพวกเรา​ต้องถูกบีบบังคับให้ยอมรับโดยน้ำมือแห่งความโลภและความทุรยศ​ แหล่งความชอบธรรม​เดียว​ที่มันอ้างอิงคือดาบของโจรนักปล้นสะดม​และความไร้หนทางสู้ของเจ้าของทรัพย์​ ประโยชน์​ของมันต่อมนุษยชาติหามีไม่​ ยกเว้นเสียแต่จะประเมินคุณค่า​ของมันด้วยตัวอย่างแห่งชัยชนะอันเลวทราม​และความเอาเปรียบอย่างหน้าด้านๆ… “

James Connolly, Visit of King George V, 1910

เมื่อพูดถึงสถาบันกษัตริย์กับการรัฐประหาร กษัตริย์ฆวน คาร์ลอสของสเปนได้รับการพูดถึงมากที่สุด เพราะการปฏิเสธรัฐประหารของกษัตริย์หนุ่มมีส่วนทำให้สถาบันกษัตริย์สเปนดำรงมาได้จนถึงปัจจุบัน (แม้พฤติกรรมของตัวเขาเองในวัยชราก็ดูจะมีบทบาทสั่นคลอนสถานะของสถาบันกษัตริย์สเปนในปัจจุบันไม่น้อยทีเดียว) ผมขอเขียนถึงกรณีของกษัตริย์คอนสแตนตินที่ ๒ กษัตริย์หนุ่มที่พยายามเข้ามาบทบาททางการเมืองโดยตรงและสนับสนุนการรัฐประหารบ้าง

Continue reading “สถาบันกษัตริย์ รัฐประหาร และการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐในกรีซ”

มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล (望月懷遠)

เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Mid-Autumn Festival) ปีนี้ ตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม เนื่องในเทศกาลนี้เอง ผมจึงนึกถึงบทกวี "望月懷遠"หรือ “มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล” ของจาง จิ่วหลิง(张九龄)ขุนนางสมัยราชวงศ์ถัง

ผมได้แปลบทกวีเป็นภาษาไทยดังนี้

海上生明月,天涯共此時。
情人怨遙夜,竟夕起相思。
滅燭憐光滿,披衣覺露滋。
不堪盈手贈,還寢夢佳期。

Continue reading “มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล (望月懷遠)”

หนังสือมือสองที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง (The Origins of Chinese Bolshevism by Michael Y. L. Luk)

วันนี้เมื่อปีที่แล้วผมได้เข้าไปร้านหนังสือมือสองเจ้าประจำ เป็นร้านเล็กๆ ที่มีแต่ลูกค้าหน้าเดิมๆ วันนี้รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยที่มีหนังสือฝ่ายซ้ายรวมทั้งหนังสือสายวิจารณ์เหมาหรือสตาลินอยู่หลายเล่ม คิดในใจว่าเจ้าของที่เป็นซ้ายเก่าที่ตาย ญาติเลยเอาหนังสือมาปล่อย หรือไม่ก็ฝ่ายซ้ายสักคนที่เลิกเป็นซ้ายไปแล้ว*

Continue reading “หนังสือมือสองที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง (The Origins of Chinese Bolshevism by Michael Y. L. Luk)”

จำลองประวัติศาสตร์ 6 ตุลาฯ – ปราศรัยโดยสยาม ธีรวุฒิ เช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม 2554

ผมค้นไฟล์เก่าๆ แล้วไปเจอคลิปจำนวนหนึ่ง ซึ่งถ้าจำไม่ผิดสำนักข่าวประชาไทเป็นคนถ่ายเอาไว้ แล้วในวันนั้นมาฝากไว้ที่ผม คลิปที่ว่านี้ไม่แน่ใจว่าประชาไทได้เผยแพร่ไหม แต่ผมหาไม่เจอ เจอแต่รายงานสั้นๆ (Edit: ประชาไทแก้ไขลิ้งค์แล้ว ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูคลิปเต็มได้)

คลิปทั้งหมด 37 คลิป เป็นการจำลองเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ถ่ายไว้ในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มหลักที่เป็นคนจัดกิจกรรมนี้ คือกลุ่มประกายไฟการละคร

ในที่นี้ ผมตัดเฉพาะส่วนของสยาม ธีรวุฒิมาลง เพื่อเป็นการรำลึกถึงเขา ที่ถูกเผด็จการและศักดินาอุ้มหายอย่างโหดเหี้ยม

Continue reading “จำลองประวัติศาสตร์ 6 ตุลาฯ – ปราศรัยโดยสยาม ธีรวุฒิ เช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม 2554”

นักการเมืองที่ชื่อปิยบุตร

ตั้งแต่เมื่อทนายอานนท์เดินสายอภิปรายเรื่องสถาบันกษัตริย์ในม็อบ “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม และที่เชียงใหม่ในวันที่ 9 สิงหาคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เสนอข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อในวันที่ 10 สิงหาคม

ดูเหมือนว่ากระแสปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ทั้งหมดจากภาคประชาชนนี้ แทบไม่ได้ถูกนำมาอภิปรายอย่างจริงจังจากฝ่ายการเมืองฝั่ง “ประชาธิปไตย” เห็นเพียงแต่ออกมาในลักษณะสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา แต่ไม่มีการผลักดันรณรงค์ให้เป็นวาระของพรรคหรือมีการอภิปรายใดๆ ในสภา ทั้งนี้ อาจเพราะนักการเมืองฝ่าย “ประชาธิปไตย” หลายคน มีลักษณะ “ฉวยโอกาส” คือเห็นว่ากระแสนี้มาแรงในคนรุ่นใหม่ จึงไม่พลาดโอกาสในการได้ “ไลค์” ง่ายๆ โดยการออกมาพูดเท่ๆ แต่ไม่ได้ “อิน” หรือเข้าใจประเด็นเรื่องนี้อย่างจริงจัง และไม่แม้แต่คิดที่จะนำไปผลักดันให้เป็นจริงขึ้นมา

Continue reading “นักการเมืองที่ชื่อปิยบุตร”

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์? เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน ความศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์กำลังถูกสั่นคลอน ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากพฤติการณ์ส่วนตัวของสมาชิกพระราชวงศ์แต่เพียงเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลผลิตของสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่อนุญาตให้สถาบันกษัตริย์เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมืองตลอดมา สถานะทางวัฒนธรรมและการเมืองที่ล้นเกินของสถาบันกษัตริย์ ทำให้บทบาททางการเมืองนี้ไม่เคยถูกตั้งคำถามอย่างเป็นวงกว้าง ประชาชนที่มีความกล้าหาญตั้งคำถามต่อสถาบันกษัตริย์ กลับได้รับการคุกคามทั้งทางกฎหมายและวิธีนอกกฎหมาย สถาบันกษัตริย์กลายเป็นพลังที่ส่งอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการเมืองไทยอย่างกว้างขวาง แต่ประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยกลับยอมหลับตาข้างหนึ่งและหลอกตนเองว่าการไม่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในวันนี้จะทำให้ฝันร้ายผ่านพ้นไปได้ แต่การหนีปัญหาย่อมไม่ใช่ทางออกของปัญหา และปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ฝันร้าย แต่คือความเป็นจริง ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องร่วมกันอภิปรายถึงปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา และต่อไปนี้คือเหตุผลว่าทำไมการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน

Continue reading “ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?”

นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน”

“สงครามอนุสาวรีย์” ที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้ ดูเหมือนจะสวนกระแสกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโลก กล่าวคือ กระแส Black lives matter ในสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดปรากฎการณ์การทุบทำลายรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาส เช่น รูปปั้นของ Christopher Columbus ส่วนในฝรั่งเศส มีการพ่นสีใสรูปปั้นของ Jean-Baptiste Colbert รัฐมนตรีคนสำคัญสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการค้าทาสในอาณานิคม รวมถึงการพ่นสีใส่รูปปั้น Charles de Gaulle ประธานาธิบดีและผู้นำทหารคนสำคัญของฝรั่งเศสช่วงสงครามอัลจีเรีย ที่เมือง Hautmont และ Pavillons-Sous-bois สองกรณีดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีมาครง ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนว่า “ฝรั่งเศสจะไม่ลบร่องรอยหรือชื่อใครออกจากประวัติศาสตร์และจะไม่มีการรื้อถอนรูปปั้น”

21738679
รูปปั้น Jean-Baptiste Colbert ที่หน้ารัฐสภา กรุงปารีส (CHRISTOPHE PETIT TESSON / MAXPPP)

Eaizt7fXsAItBNR
รูปปั้น Charles de Gaulle ที่เมือง Hautmont (Xavier Bertrand/Twitter)

Continue reading “นิโคลา ออฟเฟนชตัท: การรื้อถอนทำลายอนุสาวรีย์เป็น “ประเด็นที่สาธารณะต้องนำมาถกเถียงกัน””

โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา

ผมต้องยอมรับว่าแค่คิดจะเขียนโต้บทความนี้ (อ่านได้ที่นี่) ก็เกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาแล้ว เพราะโตมร สุขปรีชาผู้ดูท่าจะตั้งใจเขียนบทความหลายตอนเกี่ยวกับประเด็นที่ซับซ้อนอย่างบทบาทของโรเบสปิแอร์ในการปฏิวัติฝรั่งเศสกลับเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนถึงสักเท่าไหร่ในหลายจุดของบทความ

สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือการบอกว่าโรเบสปิแอร์เสียชีวิตวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1794 ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 จะมองว่าเป็นการพิมพ์ผิดก็คงไม่ได้ เพราะการตั้งใจปล่อยบทความในวันนี้ก็ดูจะสอดคล้องกันดี

Continue reading “โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา

ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศอย่างเช่นอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลพวงของการต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำจารีตประเพณีอย่างกษัตริย์ ศาสนจักร และอภิชนเจ้าที่ดินกับชนชั้นนำใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสะสมทรัพย์สมบัติที่มาจากการทำงานหรือการทำธุรกิจอย่างเช่นชนชั้นกระฎุมพี (ทนายความ พ่อค้า สมาคมอาชีพ) ก่อนการกำเนิดชนชั้นใหม่นี้ การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจภายในชนชั้นนำจารีตประเพณีเองก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางอำนาจอย่างถาวร

การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างชนชั้นนำดังที่ว่านี้นำไปสู่การโค่นล้มกษัตริย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างกันที่เพียงว่าในอังกฤษฝ่ายกษัตริย์นิยมสามารถกลับคืนสู่อำนาจได้อีกและวิวัฒนาการจนเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นปัจจุบัน แต่ในฝรั่งเศสเกิดการสับเปลี่ยนไปมาระหว่างระบอบสาธารณรัฐ ระบอบจักรพรรดินิยมของราชวงศ์โปนาบาร์ต และระบอบกษัตริย์นิยมของราชวงศ์บูรบง ก่อนจะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐเช่นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าในประเทศยุโรป ถ้าหากสถาบันกษัตริย์ไม่ยอมประนีประนอมจนเหลือเพียงสถานะทางพิธีกรรมก็จะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐไป

แต่ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในบางประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือประเทศญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการที่พิเศษแตกต่างไปจากบริบทแบบยุโรป ลักษณะพิเศษดังนี้เองที่ทำให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทยมีอำนาจมากทั้งในทางการเมืองและทางวัฒนธรรม สถาบันกษัตริย์ไทยไม่เพียงอยู่ในสถานะเหนือการเมือง แต่ยังดำรงอยู่ในการเมืองอีกด้วย สถาบันกษัตริย์ที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อวิวัฒนาการประชาธิปไตยในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสถาบันกษัตริย์จะจัดวางตำแหน่งตัวเองในลักษณะที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องด้วยการที่กษัตริย์ไทยแทบไม่เคยปฏิเสธการรัฐประหาร

Continue reading “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา”