การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเมื่อปี 2017 ได้สร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองใหม่ให้ประเทศ เพราะมันเป็นการต่อสู้ของประชานิยมโดยประชานิยมฝ่ายซ้ายซึ่งนำโดยฌอง ลุค เมลองชง (Jean-Luc Mélenchon) แห่งกลุ่มฝรั่งเศสไม่ยอมจำนน (France insoumise) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มโพเดมอส (Podemos) ในสเปน ประชานิยมฝ่ายขวาที่นำโดยมารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แห่งพรรค Front national แต่ที่เป็นปรากฏการณ์น่าสนใจสุดคือการที่ผู้สมัครอายุ 40 ปีอย่าง มาครง (Macron) แห่ง République En Marche อดีตรัฐมนตรีการคลังสมัยรัฐบาลออลลองด์ (Francois Hollande) ที่เสนอประชานิยมแบบไม่ซ้ายไม่ขวาเอาทุกนโยบาย กลับเป็นฝ่ายได้ชัยชนะเป็นประธานาธิบดีอายุน้อยสุดในท่ามกลางวิกฤติการเมืองฝรั่งเศสที่การแบ่งแยกฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาเริ่มถึงทางตัน
Category: สังคม-การเมือง
มรดกผู้นำคนแรกของรัสเซียยุคหลังโซเวียตผ่านพิพิธภัณฑ์บาริส เยลต์ซินที่เมืองเยคาเทรินบูร์ก
“บนบ่า [ของบาริส เยลต์ซิน] มีทั้งงานใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและความผิดพลาดใหญ่หลวง ช่างเป็นชะตาชีวิตที่น่าเศร้า” — มิฮาอิล เซร์เกเยวิช การ์บาชอฟ
«За плечами [Ельцина] большие дела в пользу страны и серьезные ошибки. Трагическая судьба.» — М.С.Горбачев
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปเมืองเยคาเทรินบูร์ก ประเทศรัสเซีย เมืองนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่สังหารครอบครัวโรมานอฟ ราชวงศ์ผู้ปกครองแห่งอดีตจักรวรรดิรัสเซียในปี ๑๙๑๘ อันที่จริงเมืองนี้ยังมีความสำคัญอีกหลายประการ ประการหนึ่งที่มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์รัสเซียร่วมสมัยก็คือเมืองนี้คือเมืองบ้านเกิดของบาริส นิคาลาเยวิช เยลต์ซิน (Борис Николаевич Ельцин) ประธานาธิบดีคนแรกของรัสเซีย บุคคลที่สำคัญยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัสเซียจากสังคมนิยมสู่ทุนนิยมปัจจุบัน เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองบ้านเกิดและเมืองที่เขาเติบโต ดังนั้นจึงมีพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับชีวิตและการทำงานของเขาตั้งอยู่ด้วย
การประท้วงของนักศึกษาในฝรั่งเศส: พาไปเยี่ยมชมคอมมูนเสรีแห่งโตลเบียก (La commune libre de Tolbiac)
หมายเหตุ: บางส่วนเรียบเรียงจากเฟสบุ๊คของ Din Buadaeng
จุดเริ่มต้นการประท้วงของนักศึกษา
การเมืองฝรั่งเศสดุเดือดมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม เพราะเรียกได้ว่าประธานาธิบดีมาครง “ประกาศสงคราม” กับฝ่ายซ้าย โดยการพยายามปฏิรูปการรถไฟ ซึ่งมีสหภาพที่เข้มแข็งมาก เมื่อวันที่ 22 มีนาคมมีการนัดชุมนุมใหญ่โดยฝ่ายซ้าย ทั่วประเทศคาดว่าประมาณ 4 แสนคน ในปารีสอย่างเดียวประมาณ 4 หมื่นคน ความรู้สึกของฝ่ายซ้ายก็คือ การที่รัฐบาลเข้ามายุ่มย่ามกับการรถไฟ ถือเป็นการทดลองก้าวแรกสู่การปฏิรูปบริการสาธารณะอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ฯลฯ หากเรายอมแพ้เวทีนี้ เวทีอื่นๆ ก็จะแพ้เช่นเดียวกัน ดังนั้น “เราทุกคนคือพนักงานการรถไฟ”