กษัตริย์นักประชาธิปไตย (?) : สถาบันกษัตริย์สเปนในช่วงเปลี่ยนผ่าน

“…สถาบันกษัตริย์ สัญลักษณ์แห่งความสถาพรและเอกภาพของชาติ มิอาจยอมรับการกระทำหรือทัศนคติใด ๆ ของบุคคลที่ใช้กำลังเข้าขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญที่ชาวสเปนได้ออกเสียงรับรองผ่านการทำประชามติ [1]

ในหลายประเทศ การได้มาซึ่งประชาธิปไตยมักจะมาจากการต่อสู้และเรียกร้อง-ของชนชั้นกลางถึงล่างต่อชนชั้นนำทางการเมือง โดยเฉพาะต่อสถาบันกษัตริย์ หรือกล่าวโดยสั้นว่า กษัตริย์ถูกมองเป็นคู่ขัดแย้งของการเดินทางสู่ประชาธิปไตย แต่คำกล่าวด้านบนนี้อาจทำให้หลายคนต้องหยุดคิดและพยายามจินตนาการถึงสิ่งที่เหมือนจะขัดต่อความรู้สึกว่า “สถาบันกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างและปกปักรักษาประชาธิปไตย” ทว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศสเปน และได้กลายเป็นต้นแบบของการสร้างประชาธิปไตยให้กับหลายกลุ่มประเทศ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันออกในเวลาต่อมา

การสร้างประชาธิปไตยโดยชนชั้นนำและสถาบันกษัตริย์ในสเปนนั้นได้รับความสนใจจากแวดวงวิชาการที่ศึกษาชนชั้นนำและการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง และยังคงเป็นที่ถกเถียงกันจนถึงปัจจุบัน นี่จึงเป็นที่มาของงานเขียนชิ้นเล็กๆ นี้ที่พยายามลากเส้นความสัมพันธ์และสร้างคำอธิบายเพื่อตอบและตั้งคำถามชวนคิดเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันกษัตริย์สเปนในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน โดยงานชิ้นนี้จะชวนกลับไปยังสเปนในช่วงทศวรรษที่ 1970-1980 เพื่อตอบคำถามว่า “ทำไมสเปนถึงเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงทั้งๆ ที่เพิ่งออกจากระบอบเผด็จการได้ไม่นาน ?”  และ “สถาบันกษัตริย์สเปนมีตำแหน่งแห่งหนใดในช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ ?”

Continue reading “กษัตริย์นักประชาธิปไตย (?) : สถาบันกษัตริย์สเปนในช่วงเปลี่ยนผ่าน”

จากผู้ครองเมืองสู่กษัตริย์แห่งเนเธอแลนด์: เส้นทาง รูปแบบทางวัฒนธรรม และการปรับตัวของสถาบันกษัตริย์ในเนเธอแลนด์ (1464-1848)

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในขณะที่สถานการณ์โควิดทำให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตส่วนมากอยู่ที่บ้าน กษัตริย์วิลเลิม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอแลนด์ (Willem-Alexander) พร้อมครอบครัว กลับมีแผนที่จะเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศกรีซ  คลื่นความเห็นของประชาชนดัตช์ที่สะท้อนผ่านสื่อและวิพากษ์วิจารณ์การท่องเที่ยวส่วนตัวของกษัตริย์และครอบครัวในยามที่ประชาชนต้องสู้กับไวรัส ทำให้กษัตริย์วิลเลิมต้องยกเลิกการเดินทางและกล่าวผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (Rijksvoorlichtingsdienst) ว่า “เราได้ทราบความคิดเห็นของผู้คนในสื่อแล้ว มันรุนแรงและสร้างความกังวลให้กับเรา … เราไม่ต้องการสร้างความเคลือบแคลงสงสัยใด ๆ ให้กับประชาชนทั้งสิ้น เพื่อรับมือกับไวรัส จำเป็นอย่างยิ่งที่มาตรการต้องได้รับการปฏิบัติตาม ข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเดินทางของเราไม่มีประโยชน์เลยต่อมาตรการเหล่านี้” ต่อมากษัตริย์วิลเลิม พร้อมกับราชินี โดยสำนักพระราชวัง (Koninklijk Huis)[1] ยืนยันว่าได้ยกเลิกการเดินทางไปยังกรีซแล้ว เพราะการเดินทางครั้งนี้ของกษัตริย์ได้ “ทำร้ายความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนที่มีต่อเรา”

เหตุการณ์ข้างต้นทำให้เราเห็นว่า สถาบันกษัตริย์เนเธอแลนด์กับประชาชนยึดโยงกันอย่างเหนียวแน่น และมีรากฐานทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มายาวนาน ถึงแม้ว่าสถาบันกษัตริย์เนเธอแลนด์จะก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งถือว่ามีอายุน้อยกว่าหลายประเทศในยุโรป แต่เชื้อมูลทางวัฒนธรรมที่มีส่วนในการก่อร่างสร้างสถาบันกษัตริย์เนเธอแลนด์นั้นย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 15 จนถึงปลายศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สังคมดัตช์ได้ปลดแอกตนเองออกมาจากสเปน

Continue reading “จากผู้ครองเมืองสู่กษัตริย์แห่งเนเธอแลนด์: เส้นทาง รูปแบบทางวัฒนธรรม และการปรับตัวของสถาบันกษัตริย์ในเนเธอแลนด์ (1464-1848)”

ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย

ดูเหมือนว่าความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวสถาบันกษัตริย์ของสหราชอาณาจักรนั้นมักถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนจุดยืนทางการเมืองของนักเคลื่อนไหวคนสำคัญหลายคน เช่น หมอวรงค์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มไทยรักษาชาติ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโจนาธาน เฮด ในรายการ BBC Newsnight ว่าประชาชนชาวอังกฤษไม่สามารถด่าทอประมุขของรัฐหรือควีนอลิซาเบธที่สองได้ แต่ผู้สื่อข่าวได้แย้งในรายการทันทีว่านั่นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง[1] ยิ่งไปกว่านั้น การวิจารณ์กษัตริย์ในประเทศสหราชอณาจักรนั้นมีมาอย่างช้านาน ไม่ได้เพิ่งมามีในศตวรรษนี้

นายวรงค์ เดชกิจวิกรมให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวของช่องบีบีซี (BBC News) ในหัวข้อ ‘ Why are young activists in Thailand protesting against the Monarchy?’ หรือ ทำไมนักกิจกรรมคนรุ่นใหม่ในไทยถึงประท้วงต่อต้านบทบาทของสถาบันกษัตริย์?
Continue reading “ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความ (ไม่) เข้าใจสถาบันกษัตริย์อังกฤษในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย”

Land of compromise: สถาบันซาร์รัสเซียกับความพยายามเปลี่ยน(ไม่)ผ่านสู่ประชาธิปไตย

เมื่อภาพการปราบปรามประชาชนผู้รักสงบในการประท้วงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นทั้งกับรัฐบาล รัฐธรรมนูญ และสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้นในเย็นวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๐๒๐ ผู้ศึกษาเรื่องรัสเซียในไทยจำนวนมากต่างนำภาพดังกล่าวไปเปรียบกับเหตุการณ์ “อาทิตย์เลือด” เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๑๙๐๕ ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จักรวรรดิรัสเซียในทันที ในคราวนั้นรัฐบาลซาร์ได้ยิงปราบปรามผู้ประท้วงที่เป็นพระและแรงงานที่เดินเข้าไปอย่างสงบเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อซาร์หรือจักรพรรดิรัสเซียให้ความเป็นธรรมกับแรงงานที่ถูกปลดอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงปฏิรูปเงื่อนไขการทำงานและการเมือง เหตุการณ์อาทิตย์เลือดดังกล่าวได้นำไปสู่คลื่นการปฏิวัติในรัสเซียและดินแดนอาณานิคมที่เรียกว่า“ปฏิวัติ ๑๙๐๕” หรือ “การปฏิวัติรัสเซียครั้งแรก”

ผลของเหตุการณ์นั้นทำให้กษัตริย์รัสเซียปกครองประเทศตามรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรก แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างสำคัญเกิดขึ้น หากแต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ไม่ได้ช่วยรักษาสถาบันซาร์รัสเซียอยู่มั่นคงสถาพรเมื่อมีการปฏิวัติล้มระบอบกษัตริย์ในที่สุดในการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ (ตามปฏิทินจูเลียนซึ่งตรงกับเดือนมีนาคม ๑๙๑๗ ตามปฏิทินปัจจุบัน) และต่อด้วยการปฏิวัติสังคมนิยมเดือนตุลาคมเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

บทความนี้มุ่งสำรวจตำแหน่งแห่งหนของสถาบันซาร์รัสเซียท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์การเมืองยุโรปและสถานการณ์การเมืองโลก ความพยายามต่อรองของกลุ่มอำนาจเมื่อความเปลี่ยนแปลงในปี ๑๙๐๕ เลี่ยงไม่ได้ และลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความล้มเหลวของความพยายามรักษาระบอบซาร์ไว้ เมื่อการปกครองในระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม ๑๙๑๗ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจบริบทที่เกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ดียิ่งขึ้น

Continue reading “Land of compromise: สถาบันซาร์รัสเซียกับความพยายามเปลี่ยน(ไม่)ผ่านสู่ประชาธิปไตย”

ข้อเสนอเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของกลุ่มราษฎร 2563 และ(การไม่มี)บทบาทของพรรคอนาคตใหม่

เราไม่มีทางเข้าใจการเกิดขึ้นของม็อบได้ หากไม่มองเป็นการต่อเนื่องของการเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์สถาบัน อย่างน้อยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

เดิมทีกลุ่มที่ก้าวหน้าที่สุด อย่างกลุ่มของเพนกวิ้น รุ้ง อาจจะเป็นคนส่วนน้อย แต่ภายในเวลาไม่กี่เดือน ข้อเรียกร้องของพวกเขากลายเป็นข้อเรียกร้องหลัก เพดานนี้จะไม่ลดแน่ และเราต้องมองว่าเรื่องปฏิรูปสถาบัน เป็นเรื่องที่กลุ่มทุกกลุ่มเห็นตรงกัน ดังนั้น ถึงตอนนี้ คำถามที่ว่า “ทำไมนักศึกษาถึงออกมา?” มันจะตอบไม่ได้เลย ถ้าไม่ถามว่า “ทำไมนักศึกษาถึงวิจารณ์เจ้า?”

Continue reading “ข้อเสนอเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของกลุ่มราษฎร 2563 และ(การไม่มี)บทบาทของพรรคอนาคตใหม่”

บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (แปล)

สมาคมชาวนาไห่เฟิง

บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง
บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (海丰农民运动)

ลัทธิสังคมนิยมคือหนึ่งในความคิดและอุดมการณ์จากต่างชาติที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าปัญญาชนจีนในช่วงสองทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 20 ผู้สมาทานลัทธิมาร์กซ์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังชัยชนะของการปฏิวัติบอลเชวิคในรัสเซีย ปี ค.ศ. 1917 จากนั้นในปี ค.ศ. 1921 พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ในช่วงปี ค.ศ. 1920s พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเพิ่งกำเนิดขึ้นใหม่นั้นมีฐานสนับสนุนอยู่ในเขตเมือง เช่น ปัญญาชนและผู้ใช้แรงงานที่มีการรวมตัวเป็นสหภาพ แต่ในขณะเดียวกันนี้เองที่การจัดตั้งชาวนาได้มีความคืบหน้าขึ้น

ด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งจากบันทึกของเผิงพ่าย (ค.ศ. 1896-1929) เกี่ยวกับความพยายามบุกเบิกจัดตั้งสหภาพชาวนาขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1921-1923 เผิงพ่ายเริ่มมีความสนใจในลัทธิสังคมนิยมของชาวนาขณะที่เขาศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นช่วงปี ค.ศ. 1918-1921 ต่อมาเขาได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นและเริ่มนำความคิดสู่การปฏิบัติ บันทึกนี้ครอบคลุมเรื่องราวความสำเร็จในช่วงต้น ก่อนที่เพิงผ่ายจะต้องหลบหนีจากตำบลไห่เฟิงเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นตัดสินใจกำจัดสหภาพชาวนา

Continue reading “บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (แปล)”

สถาบันกษัตริย์ รัฐประหาร และการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐในกรีซ

“… ระบอบกษัตริย์​คืออะไร? มันอ้างความชอบธรรม​ในการใช้อำนาจมาจากที่ใดหรือ? มันได้ให้อะไรที่เป็นประโยชน์​ต่อมนุษยชาติบ้าง? ระบอบกษัตริย์​คือซากเดนของทรราชที่​มนุษยชาติในวันเวลาที่ดำมืดที่สุดและโง่เขลาที่สุดในประวัติศาสต​ร์ของพวกเรา​ต้องถูกบีบบังคับให้ยอมรับโดยน้ำมือแห่งความโลภและความทุรยศ​ แหล่งความชอบธรรม​เดียว​ที่มันอ้างอิงคือดาบของโจรนักปล้นสะดม​และความไร้หนทางสู้ของเจ้าของทรัพย์​ ประโยชน์​ของมันต่อมนุษยชาติหามีไม่​ ยกเว้นเสียแต่จะประเมินคุณค่า​ของมันด้วยตัวอย่างแห่งชัยชนะอันเลวทราม​และความเอาเปรียบอย่างหน้าด้านๆ… “

James Connolly, Visit of King George V, 1910

เมื่อพูดถึงสถาบันกษัตริย์กับการรัฐประหาร กษัตริย์ฆวน คาร์ลอสของสเปนได้รับการพูดถึงมากที่สุด เพราะการปฏิเสธรัฐประหารของกษัตริย์หนุ่มมีส่วนทำให้สถาบันกษัตริย์สเปนดำรงมาได้จนถึงปัจจุบัน (แม้พฤติกรรมของตัวเขาเองในวัยชราก็ดูจะมีบทบาทสั่นคลอนสถานะของสถาบันกษัตริย์สเปนในปัจจุบันไม่น้อยทีเดียว) ผมขอเขียนถึงกรณีของกษัตริย์คอนสแตนตินที่ ๒ กษัตริย์หนุ่มที่พยายามเข้ามาบทบาททางการเมืองโดยตรงและสนับสนุนการรัฐประหารบ้าง

Continue reading “สถาบันกษัตริย์ รัฐประหาร และการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐในกรีซ”

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์? เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน ความศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์กำลังถูกสั่นคลอน ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากพฤติการณ์ส่วนตัวของสมาชิกพระราชวงศ์แต่เพียงเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลผลิตของสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่อนุญาตให้สถาบันกษัตริย์เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมืองตลอดมา สถานะทางวัฒนธรรมและการเมืองที่ล้นเกินของสถาบันกษัตริย์ ทำให้บทบาททางการเมืองนี้ไม่เคยถูกตั้งคำถามอย่างเป็นวงกว้าง ประชาชนที่มีความกล้าหาญตั้งคำถามต่อสถาบันกษัตริย์ กลับได้รับการคุกคามทั้งทางกฎหมายและวิธีนอกกฎหมาย สถาบันกษัตริย์กลายเป็นพลังที่ส่งอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการเมืองไทยอย่างกว้างขวาง แต่ประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยกลับยอมหลับตาข้างหนึ่งและหลอกตนเองว่าการไม่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในวันนี้จะทำให้ฝันร้ายผ่านพ้นไปได้ แต่การหนีปัญหาย่อมไม่ใช่ทางออกของปัญหา และปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ฝันร้าย แต่คือความเป็นจริง ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องร่วมกันอภิปรายถึงปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา และต่อไปนี้คือเหตุผลว่าทำไมการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน

Continue reading “ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?”

โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา

ผมต้องยอมรับว่าแค่คิดจะเขียนโต้บทความนี้ (อ่านได้ที่นี่) ก็เกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาแล้ว เพราะโตมร สุขปรีชาผู้ดูท่าจะตั้งใจเขียนบทความหลายตอนเกี่ยวกับประเด็นที่ซับซ้อนอย่างบทบาทของโรเบสปิแอร์ในการปฏิวัติฝรั่งเศสกลับเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนถึงสักเท่าไหร่ในหลายจุดของบทความ

สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือการบอกว่าโรเบสปิแอร์เสียชีวิตวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1794 ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 จะมองว่าเป็นการพิมพ์ผิดก็คงไม่ได้ เพราะการตั้งใจปล่อยบทความในวันนี้ก็ดูจะสอดคล้องกันดี

Continue reading “โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา”

His Majesty, Where Are You?

vms904
เครื่องบินพระที่นั่งรหัสเรียกขาน VMS 904 ขณะลงจอดที่สนามบินซูริค สมาพันธรัฐสวิส วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2016

ผมขอตั้งชื่อบล็อกอันนี้เป็นภาษาอังกฤษว่า “His Majesty, Where Are You?”  หรือจะแปลเป็นไทยได้ว่า “โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว รู้แล้วว่าทรงอยู่หนไหน” บล็อกนี้มีที่มาหลังจากการล้มป่วยของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทำให้ไม่มีคนคอยอัพเดทการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีคนบอกผมว่าขณะนี้แอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชลกำลังทำหน้าที่แทนอยู่ แต่เนื่องจากผมเพิ่งเลิกใช้เฟซบุ๊กอีกเหมือนกัน ก็เลยไม่ทราบว่าคุณแอนดรูว์คอยอัพเดทอยู่จริงหรือไม่ ถึงจุดนี้ผมจึงได้เกิดความคิดว่าเราควรจะใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนมนุษย์ คอยอัพเดทข้อมูลการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบบเรียลไทม์ (real-time tracking) ซึ่งในท้ายที่สุดผมตั้งใจจะพัฒนาเว็บไซต์เล็กๆ ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุโรปได้ตลอดเวลา และถ้าหากผมมีทรัพยากรพอ ก็อยากที่จะยกระดับเป็นแอ็พพลิเคชั่นในมือถือ แต่อย่างไรก็ตาม ในขั้นนี้ผมได้ลองเขียนโปรแกรมเล็กๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอดีตดูก่อนอิงตามบันทึกการบินของเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงควบคุมด้วยพระองค์เอง

Continue reading “His Majesty, Where Are You?”