‘ข้างหลังภาพ’ คณะราษฎร ณ กรุงปารีส (bis)

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นิตยสารศิลปวัฒนธรรมได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง ” ‘ข้างหลังภาพ’ คณะราษฎร ณ กรุงปารีส” ของคุณนริศ จรัสจรรยาวงศ์ โดยในบทความนี้คุณนริศได้สืบค้นเรื่องราว ‘ข้างหลังภาพ’ ของภาพถ่ายหมู่คณะราษฎร ณ กรุงปารีสที่คนรู้จักดีมาโดยละเอียด

ผู้เขียนเองได้มีส่วนในการค้นคว้าเรื่องราว ‘ข้างหลังภาพ’ นี้อยู่ด้วย นั่นคือการระบุจุดที่ภาพหมู่นี้ถูกถ่ายขึ้น ดังที่คุณนริศเขียนเล่าไว้ในบทความแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าคงจะเป็นการดี หากได้เล่าเกร็ดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้นหาเรื่องราวข้างหลังภาพนี้ จึงขอยืมชื่อบทความของคุณนริศมาใช้ โดยได้เติมคำว่า (bis) ลงไป

ศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. ๒๕๖๓

ตอนที่ผู้เขียนมาถึงปารีสใหม่ๆ อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้เอ่ยกับผู้เขียนว่ามันมีรูปภาพหมู่คณะราษฎรอยู่รูปหนึ่งที่ทุกคนรู้จักดี แต่ไม่รู้กันว่ารูปนี้ถ่ายขึ้นที่ไหน อาจารย์สมศักดิ์ได้เคยใช้เวลาว่างเดินตามหาสถานที่ดังกล่าวอยู่นาน โดยมีสมมติฐานว่าภาพนี้ควรถูกถ่ายใกล้ๆ กับย่านการศึกษาที่เรียกว่า “ย่านละติน” (Quartier Latin) ซึ่งสมาชิกคณะราษฎรหลายคนศึกษาอยู่

ภาพถ่ายนักเรียนและข้าราชการไทยในปารีสซึ่งต่อมาจะกลายเป็นสมาชิกคณะราษฎร ปี ค.ศ. ๑๙๒๖
Continue reading “‘ข้างหลังภาพ’ คณะราษฎร ณ กรุงปารีส (bis)”

ทางแพร่งของสังคมไทย: “ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีสถาบันกษัตริย์” หรือ “ระบอบกษัตริย์ที่ไม่มีประชาธิปไตย”

ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ได้เผยให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า สถาบันกษัตริย์เป็นผู้กระทำทางการเมืองที่เลือกข้างคัดค้านฝ่ายหนึ่งและสนับสนุนอีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน การแทรกแซงทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่มีมาโดยตลอด หากจะแตกต่างจากในรัชกาลก่อนอยู่บ้าง ก็ในแง่ที่พวกนิยมเจ้าในขณะนั้นยังมีความละอายและทราบดีว่ากิจกรรมทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักการของระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อปกปิดความละอายดังกล่าว พวกเขาจึงต้องสร้างนิทานขึ้นมาหลอกกันเองว่า “สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง” เป็นที่น่าเสียดายว่า นิทานลวงโลกเช่นนี้คงไม่สามารถใช้ได้ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความเป็นจริงช่างแตกต่างจากในนิทานอย่างสุดขั้ว

กษัตริย์วชิราลงกรณ์กล่าวกับนายวรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มกษัตริย์นิยมขวาจัด “เราต้องต่อต้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องช่วยทำให้คนเห็น ว่าอะไรผิด อะไรไม่ดี อะไรบิดเบือน อะไรที่เป็นเฟคนิวส์”

บัดนี้คนไทยจำนวนมากได้ตื่นขึ้นจากนิทานปรัมปรานี้ พวกเขาลุกขึ้นเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์อยู่นอกการเมืองได้อย่างแท้จริง มีแต่สถาบันกษัตริย์ที่ปราศจากอำนาจทางการเมืองและเป็นกลางทางการเมืองเท่านั้นที่จะสามารถอยู่ร่วมกับระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมีเสถียรภาพ การที่สถาบันกษัตริย์และเครือข่ายกษัตริย์นิยมปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ประนีประนอมนี้ ก็คือการปฏิเสธการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ พวกเขารู้ดีว่าสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์อย่างที่เป็นอยู่นี้ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปและการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่พวกเขากลับเลือกที่จะขัดขืน กระทั่งใช้ความรุนแรงต่อประชาชนเพียงเพื่อหวังยืดอายุระบอบที่ไร้เสถียรภาพและเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งของสังคมไทยให้สามารถอยู่ได้ต่อไปอีกเพียงเล็กน้อย

การปฏิเสธความประนีประนอมและการความขัดขืนต่อการเปลี่ยนแปลงของสถาบันกษัตริย์และเครือข่ายกษัตริย์นิยมจะนำพาสังคมไทยไปสู่จุดที่ไม่อาจหวนกลับ นั่นคือทางแพร่งที่บีบบังคับให้ประชาชนต้องเลือกระหว่างการรักษาประชาธิปไตยไว้โดยที่ไม่มีสถาบันกษัตริย์ หรือการมีสถาบันกษัตริย์โดยที่ไม่มีประชาธิปไตย

Continue reading “ทางแพร่งของสังคมไทย: “ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีสถาบันกษัตริย์” หรือ “ระบอบกษัตริย์ที่ไม่มีประชาธิปไตย””

บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (แปล)

สมาคมชาวนาไห่เฟิง

บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง
บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (海丰农民运动)

ลัทธิสังคมนิยมคือหนึ่งในความคิดและอุดมการณ์จากต่างชาติที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าปัญญาชนจีนในช่วงสองทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 20 ผู้สมาทานลัทธิมาร์กซ์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังชัยชนะของการปฏิวัติบอลเชวิคในรัสเซีย ปี ค.ศ. 1917 จากนั้นในปี ค.ศ. 1921 พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ในช่วงปี ค.ศ. 1920s พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเพิ่งกำเนิดขึ้นใหม่นั้นมีฐานสนับสนุนอยู่ในเขตเมือง เช่น ปัญญาชนและผู้ใช้แรงงานที่มีการรวมตัวเป็นสหภาพ แต่ในขณะเดียวกันนี้เองที่การจัดตั้งชาวนาได้มีความคืบหน้าขึ้น

ด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งจากบันทึกของเผิงพ่าย (ค.ศ. 1896-1929) เกี่ยวกับความพยายามบุกเบิกจัดตั้งสหภาพชาวนาขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1921-1923 เผิงพ่ายเริ่มมีความสนใจในลัทธิสังคมนิยมของชาวนาขณะที่เขาศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นช่วงปี ค.ศ. 1918-1921 ต่อมาเขาได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นและเริ่มนำความคิดสู่การปฏิบัติ บันทึกนี้ครอบคลุมเรื่องราวความสำเร็จในช่วงต้น ก่อนที่เพิงผ่ายจะต้องหลบหนีจากตำบลไห่เฟิงเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นตัดสินใจกำจัดสหภาพชาวนา

Continue reading “บันทึกว่าด้วยขบวนการชาวนาไห่เฟิง (แปล)”

สถาบันกษัตริย์ รัฐประหาร และการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐในกรีซ

“… ระบอบกษัตริย์​คืออะไร? มันอ้างความชอบธรรม​ในการใช้อำนาจมาจากที่ใดหรือ? มันได้ให้อะไรที่เป็นประโยชน์​ต่อมนุษยชาติบ้าง? ระบอบกษัตริย์​คือซากเดนของทรราชที่​มนุษยชาติในวันเวลาที่ดำมืดที่สุดและโง่เขลาที่สุดในประวัติศาสต​ร์ของพวกเรา​ต้องถูกบีบบังคับให้ยอมรับโดยน้ำมือแห่งความโลภและความทุรยศ​ แหล่งความชอบธรรม​เดียว​ที่มันอ้างอิงคือดาบของโจรนักปล้นสะดม​และความไร้หนทางสู้ของเจ้าของทรัพย์​ ประโยชน์​ของมันต่อมนุษยชาติหามีไม่​ ยกเว้นเสียแต่จะประเมินคุณค่า​ของมันด้วยตัวอย่างแห่งชัยชนะอันเลวทราม​และความเอาเปรียบอย่างหน้าด้านๆ… “

James Connolly, Visit of King George V, 1910

เมื่อพูดถึงสถาบันกษัตริย์กับการรัฐประหาร กษัตริย์ฆวน คาร์ลอสของสเปนได้รับการพูดถึงมากที่สุด เพราะการปฏิเสธรัฐประหารของกษัตริย์หนุ่มมีส่วนทำให้สถาบันกษัตริย์สเปนดำรงมาได้จนถึงปัจจุบัน (แม้พฤติกรรมของตัวเขาเองในวัยชราก็ดูจะมีบทบาทสั่นคลอนสถานะของสถาบันกษัตริย์สเปนในปัจจุบันไม่น้อยทีเดียว) ผมขอเขียนถึงกรณีของกษัตริย์คอนสแตนตินที่ ๒ กษัตริย์หนุ่มที่พยายามเข้ามาบทบาททางการเมืองโดยตรงและสนับสนุนการรัฐประหารบ้าง

Continue reading “สถาบันกษัตริย์ รัฐประหาร และการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐในกรีซ”

มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล (望月懷遠)

เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Mid-Autumn Festival) ปีนี้ ตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม เนื่องในเทศกาลนี้เอง ผมจึงนึกถึงบทกวี "望月懷遠"หรือ “มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล” ของจาง จิ่วหลิง(张九龄)ขุนนางสมัยราชวงศ์ถัง

ผมได้แปลบทกวีเป็นภาษาไทยดังนี้

海上生明月,天涯共此時。
情人怨遙夜,竟夕起相思。
滅燭憐光滿,披衣覺露滋。
不堪盈手贈,還寢夢佳期。

Continue reading “มองพระจันทร์แล้วคำนึงถึงคนไกล (望月懷遠)”

หนังสือมือสองที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง (The Origins of Chinese Bolshevism by Michael Y. L. Luk)

วันนี้เมื่อปีที่แล้วผมได้เข้าไปร้านหนังสือมือสองเจ้าประจำ เป็นร้านเล็กๆ ที่มีแต่ลูกค้าหน้าเดิมๆ วันนี้รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยที่มีหนังสือฝ่ายซ้ายรวมทั้งหนังสือสายวิจารณ์เหมาหรือสตาลินอยู่หลายเล่ม คิดในใจว่าเจ้าของที่เป็นซ้ายเก่าที่ตาย ญาติเลยเอาหนังสือมาปล่อย หรือไม่ก็ฝ่ายซ้ายสักคนที่เลิกเป็นซ้ายไปแล้ว*

Continue reading “หนังสือมือสองที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง (The Origins of Chinese Bolshevism by Michael Y. L. Luk)”

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?

ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์? เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน ความศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์กำลังถูกสั่นคลอน ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากพฤติการณ์ส่วนตัวของสมาชิกพระราชวงศ์แต่เพียงเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลผลิตของสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่อนุญาตให้สถาบันกษัตริย์เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมืองตลอดมา สถานะทางวัฒนธรรมและการเมืองที่ล้นเกินของสถาบันกษัตริย์ ทำให้บทบาททางการเมืองนี้ไม่เคยถูกตั้งคำถามอย่างเป็นวงกว้าง ประชาชนที่มีความกล้าหาญตั้งคำถามต่อสถาบันกษัตริย์ กลับได้รับการคุกคามทั้งทางกฎหมายและวิธีนอกกฎหมาย สถาบันกษัตริย์กลายเป็นพลังที่ส่งอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการเมืองไทยอย่างกว้างขวาง แต่ประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยกลับยอมหลับตาข้างหนึ่งและหลอกตนเองว่าการไม่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในวันนี้จะทำให้ฝันร้ายผ่านพ้นไปได้ แต่การหนีปัญหาย่อมไม่ใช่ทางออกของปัญหา และปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่ฝันร้าย แต่คือความเป็นจริง ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องร่วมกันอภิปรายถึงปัญหาสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา และต่อไปนี้คือเหตุผลว่าทำไมการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วน

Continue reading “ทำไมต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์?”

โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา

ผมต้องยอมรับว่าแค่คิดจะเขียนโต้บทความนี้ (อ่านได้ที่นี่) ก็เกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาแล้ว เพราะโตมร สุขปรีชาผู้ดูท่าจะตั้งใจเขียนบทความหลายตอนเกี่ยวกับประเด็นที่ซับซ้อนอย่างบทบาทของโรเบสปิแอร์ในการปฏิวัติฝรั่งเศสกลับเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนถึงสักเท่าไหร่ในหลายจุดของบทความ

สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือการบอกว่าโรเบสปิแอร์เสียชีวิตวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1794 ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 จะมองว่าเป็นการพิมพ์ผิดก็คงไม่ได้ เพราะการตั้งใจปล่อยบทความในวันนี้ก็ดูจะสอดคล้องกันดี

Continue reading “โต้บทความเรื่อง “โรเบสปิแอร์ : อำนาจทำให้เสื่อม และความเสื่อมทำให้สิ้น” ของโตมร สุขปรีชา”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา

ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศอย่างเช่นอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นผลพวงของการต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำจารีตประเพณีอย่างกษัตริย์ ศาสนจักร และอภิชนเจ้าที่ดินกับชนชั้นนำใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสะสมทรัพย์สมบัติที่มาจากการทำงานหรือการทำธุรกิจอย่างเช่นชนชั้นกระฎุมพี (ทนายความ พ่อค้า สมาคมอาชีพ) ก่อนการกำเนิดชนชั้นใหม่นี้ การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจภายในชนชั้นนำจารีตประเพณีเองก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางอำนาจอย่างถาวร

การต่อสู้ขับเคี่ยวระหว่างชนชั้นนำดังที่ว่านี้นำไปสู่การโค่นล้มกษัตริย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างกันที่เพียงว่าในอังกฤษฝ่ายกษัตริย์นิยมสามารถกลับคืนสู่อำนาจได้อีกและวิวัฒนาการจนเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นปัจจุบัน แต่ในฝรั่งเศสเกิดการสับเปลี่ยนไปมาระหว่างระบอบสาธารณรัฐ ระบอบจักรพรรดินิยมของราชวงศ์โปนาบาร์ต และระบอบกษัตริย์นิยมของราชวงศ์บูรบง ก่อนจะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐเช่นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าในประเทศยุโรป ถ้าหากสถาบันกษัตริย์ไม่ยอมประนีประนอมจนเหลือเพียงสถานะทางพิธีกรรมก็จะกลายเป็นระบอบสาธารณรัฐไป

แต่ระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญในบางประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือประเทศญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการที่พิเศษแตกต่างไปจากบริบทแบบยุโรป ลักษณะพิเศษดังนี้เองที่ทำให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทยมีอำนาจมากทั้งในทางการเมืองและทางวัฒนธรรม สถาบันกษัตริย์ไทยไม่เพียงอยู่ในสถานะเหนือการเมือง แต่ยังดำรงอยู่ในการเมืองอีกด้วย สถาบันกษัตริย์ที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อวิวัฒนาการประชาธิปไตยในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสถาบันกษัตริย์จะจัดวางตำแหน่งตัวเองในลักษณะที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องด้วยการที่กษัตริย์ไทยแทบไม่เคยปฏิเสธการรัฐประหาร

Continue reading “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรแสดงความเคารพกษัตริย์ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภา”

His Majesty, Where Are You?

vms904
เครื่องบินพระที่นั่งรหัสเรียกขาน VMS 904 ขณะลงจอดที่สนามบินซูริค สมาพันธรัฐสวิส วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2016

ผมขอตั้งชื่อบล็อกอันนี้เป็นภาษาอังกฤษว่า “His Majesty, Where Are You?”  หรือจะแปลเป็นไทยได้ว่า “โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว รู้แล้วว่าทรงอยู่หนไหน” บล็อกนี้มีที่มาหลังจากการล้มป่วยของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทำให้ไม่มีคนคอยอัพเดทการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีคนบอกผมว่าขณะนี้แอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชลกำลังทำหน้าที่แทนอยู่ แต่เนื่องจากผมเพิ่งเลิกใช้เฟซบุ๊กอีกเหมือนกัน ก็เลยไม่ทราบว่าคุณแอนดรูว์คอยอัพเดทอยู่จริงหรือไม่ ถึงจุดนี้ผมจึงได้เกิดความคิดว่าเราควรจะใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนมนุษย์ คอยอัพเดทข้อมูลการเสด็จประพาสยุโรปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบบเรียลไทม์ (real-time tracking) ซึ่งในท้ายที่สุดผมตั้งใจจะพัฒนาเว็บไซต์เล็กๆ ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุโรปได้ตลอดเวลา และถ้าหากผมมีทรัพยากรพอ ก็อยากที่จะยกระดับเป็นแอ็พพลิเคชั่นในมือถือ แต่อย่างไรก็ตาม ในขั้นนี้ผมได้ลองเขียนโปรแกรมเล็กๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอดีตดูก่อนอิงตามบันทึกการบินของเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงควบคุมด้วยพระองค์เอง

Continue reading “His Majesty, Where Are You?”