Squid Game ซีรีย์ยอดนิยมจากเกาหลีใต้ดำเนินเรื่องต่อในภาคสอง พล็อตเรื่องหลักเกี่ยวกับคนรวยต้องการหาสิ่งบันเทิงใหม่โดยการสร้างเกมส์มีเงินรางวัลล่อใจ และลดความเป็นมนุษย์ของผู้เล่นลง แต่ซีรีย์นี้ยังมีการวิพากษ์ระบบทุนนิยมในปัจจุบันอย่างน่าสนุกติดตามด้วยเช่นกัน
อัตวิสัย (subject) และวัตถุวิสัย (object)
อารยธรรมยุโรปในยุคมืด เป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่ความรู้ ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ถูกผูกขาดจากศาสนจักร โดยที่ศาสนจักรสนใจเฉพาะด้านความเชื่อศรัทธา โลกที่พระเจ้าสร้างมาหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลวัตรใดๆ คำถามปรัชญาเรื่องมนุษย์คืออะไร? ธรรมชาติคืออะไร? มนุษย์เกิดมาทำไม? อะไรกำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์? มักจะขาดการถกเถียงและสรุปอย่างรวบรัดว่า “ทุกสิ่งเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า”
เมื่อเข้าสู่ยุคเรอเนซสงค์และตามด้วยยุครู้แจ้ง ความเชื่อของศาสนจักรเริ่มถูกท้าทายและตั้งคำถามจากนักคิดนักปรัชญายุโรป ในด้านหนึ่งเหล่านักปรัชญาก็มีความคิดว่าการเข้าถึงและเข้าใจพระเจ้าไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางอย่างศาสนจักรหรือรอพบในชีวิตหลังความตาย แต่เป็นว่า พระเจ้า คือ ธรรมชาติ มนุษย์สามารถทำความเข้าใจพระเจ้าได้ด้วยการเข้าใจกฎธรรมชาติ เสมือนเราเข้าใจกฎแรงโน้มถ่วงโลก ธรรมชาติเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ สร้างข้อจำกัดขึ้นมา และมนุษย์ปรับตัวพัฒนาความรู้วิทยการเพื่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้
ในอีกด้านหนึ่งเหล่านักปรัชญามีความคิดว่า มนุษย์มีเจตจำนงเสรีที่จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ ชีวิตของมนุษย์ไม่มีพระเจ้าองค์ใดหรือธรรมชาติมาเป็นตัวกำหนด เมื่อมองความสัมพันธ์ในประโยคบอกเล่า ตัวเราจึงเป็นประธาน (subject) ในประโยคเสมอ ที่จะกำหนดสิ่งต่างๆภายนอกตัวเราเป็นผู้ถูกกระทำ/กรรม หรือวัตถุ (object) ไม่ว่าสิ่งภายนอกจะเป็นธรรมชาติ สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิต หรือมนุษย์ก็ตาม
ใครๆก็เป็นพระเจ้าได้, ใครๆก็เป็นวัตถุได้
ทุนนิยมเสรีมีข้อดีในการส่งเสริมเสรีภาพความเป็นปัจเจกนิยม ทุกคนมีอิสระที่จะทำหรือไม่ทำสิ่งใดก็ได้เพียงแต่ว่าผลที่ตามมาของการตัดสินใจนั้นเราต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง มุมมองการใช้ชีวิตในแต่ละวันจึงเป็นมุมมองที่ตัวเราเป็นประธาน (subject) ที่จะทำอะไรหรือสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งภายนอกที่เป็นกรรม/วัตถุ (object) อย่างไรก็ตามทุนนิยมก็สร้างความหมกมุ่นต่อการบริโภค และเปลี่ยนเงินที่คนเราใช้เป็นสื่อกลางการซื้อขายกลายเป็นอำนาจกำหนดชีวิตได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนมีเสรีภาพอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่กลับพบว่ามีข้อจำกัดจากเงินในกระเป๋าไม่เท่ากัน คนที่มีอำนาจเงินมากกว่าจึงเป็นประธานในทุกๆความสัมพันธ์ ในขณะที่คนไม่มีเงินไม่สามารถเป็นประธานในหลายๆ กรณี
ยิ่งคนมีเงินมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งกำหนดชะตาชีวิตของตนเองและของคนอื่นได้ และเข้าใจผิดว่าตนเองกลายเป็นพระเจ้าเข้าไปแทรกแซงชีวิตของผู้อื่น ค่อยๆทำให้ผู้อื่นกลายเป็นวัตถุ
Squid game ก็หยิบยกความแนบเนียนของทุนนิยมมาเสียดสี ความน่ากลัวของระบบทุนนิยมอย่างหนึ่ง คือ มันเสแสร้งว่าให้เสรีภาพแก่ทุกคน ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองตัดสินใจอะไรได้เอง และต้องรับผลกรรมของการตัดสินใจนั้นเอง ตัวเกมส์ให้โอกาสผู้เล่นที่จะเล่นต่อ หรือหยุดเกมส์ได้ตลอด โดยไม่มีการลงโทษใดๆ เช่นเดียวกับที่นายหน้าตั้กจี่ชวนมาเล่นเกมส์ หรือให้เลือกระหว่างขนมปังกับลอตเตอรี่ แต่สุดท้ายเพราะความโลภของมนุษย์ที่สร้างความหน้ามืดตามัวจนเลือกทางที่ผิด หรือโลกความจริงภายนอกเกมส์ที่อินฟลูคริปโตไม่ได้บังคับให้ใครมาลงทุน ทุกคนตัดสินใจที่จะเสี่ยงเอง
เมื่อมีคนเล่นเกมส์มากเท่าไร นายทุนผู้สร้างระบบ Squid game ก็ยิ่งรู้สึกตนเหมือนพระเจ้ามากขึ้น เราให้โอกาสพวกคุณที่ล้มเหลวในชีวิตจริงมาลืมตาอ้าปากได้ เพียงแค่คุณเล่นตามเกมส์แล้วชนะคว้าเงินรางวัลไป เกมส์นี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการไปแทงพนันสนามม้า ในขณะที่ 456 เป็นวัตถุใน Squid game แต่เขากลับกลายเป็นประธานในสนามแข่งม้า โดยที่ม้าเป็นวัตถุผู้ถูกกระทำ
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในระบบทุนนิยมไม่ได้เป็นไปอย่างเสมอภาคหรือเสรีภาพทั่วถึง มันแค่สร้างคนหยิบมือเดียวอย่างนายทุนให้มีเสรีภาพมากกว่ามีอำนาจมากกว่าบงการทุกคน บงการทุกอย่าง สร้างระบบและสร้างรัฐเพื่อเอื้อต่อนายทุน โดยแปรเปลี่ยนคนส่วนใหญ่ แรงงาน ให้กลายเป็นวัตถุในทุนนิยม ถึงแม้แรงงานจะมีเสรีภาพในการที่จะตัดสินใจเข้าหรือไม่เข้าตลาดแรงงานก็ได้ แต่สุดท้ายระบบทุนนิยมก็บีบบังคับให้พวกเขาเข้าสายพานการผลิตเพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
เป็นฉันมันผิดตรงไหน ชีวิตฉันหนอใครกำกับ
ทุนนิยมเสรีมีข้อดีในการสร้างปัจเจกนิยม สร้างความเป็นตัวตนของตนเองขึ้นมา เราเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้ ดังนั้นมุมมองความสัมพันธ์นทุนนิยมเสรีจึงเป็นมุมมองที่ มีตัวเราเป็นศูนย์กลางหลัก หมกมุ่นแต่ตนเอง อย่างไรก็ตามในโลกความเป็นจริง มนุษย์เป็นทั้งประธานและผู้ถูกกระทำในทุกๆความสัมพันธ์ ในมุมมองอัตวิสัยของเรา เราคือนักแสดงและคนอื่นคือตัวประกอบในบทละคร แต่ขณะเดียวกันเราเองก็คือ ตัวประกอบในละครของคนอื่น
คนที่ให้ความสำคัญแต่ตัวเองมองตัวเองเป็นองค์ประธานในทุกๆความสัมพันธ์ คงมีแต่คนที่คิดว่าตนเอง คือ พระเจ้า หรือไม่ก็เป็นคนเห็นแก่ตัว หรือหลงตัวเองสุดโต่ง ลักษณะเช่นนี้ถูกแสดงเป็นตัวละครใน Squid game ได้แก่ นายหน้าตั้กจี่ซึ่งแต่เดิมคือผู้คุมในระบบเกมส์ที่คอยสาดกระสุนฆ่าผู้แพ้ในเกมส์ เขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นหมารับใช้ในระบบเกมส์ แต่ขณะเดียวกันเขาเป็นผู้กระทำต่อเหยื่อในเกมส์มากเข้า มันก็ค่อยๆสร้างอัตลักษณ์ความหลงตัวเองเรื่อยๆ จนเมื่อเปลี่ยนบทบาทเป็นนายหน้าตั้กจี่เขาก็นึกว่าตนเองเป็นเทวทูตคอยส่งสาส์นจากพระเจ้าให้แก่พวกมนุษย์ขยะที่น่าอดสู จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาเลือกจะลั่นกระสุนปลิดชีพตนเองดีกว่าที่จะยอมรับว่าเขาคือสุนัขรับใช้
ภายนอกเกมส์ เราก็พบคนเช่นนี้ได้เช่นกัน คือ ธานอส และคริปโตอินฟลูเอนเซอร์ ทั้งสองคนคิดถึงแต่ตนเอง สร้างอัตลักษณ์ตนเองจนเอ่อล้นเป็นหลงตัวเอง คนแรกหลงผิดคอว่าตนเองคือ ธานอสบงการคนได้เพียงดีดนิ้ว ส่วนอีกคนก็คิดว่าตนเองคือพระเจ้าการเงินคอยชี้ทางสว่างความร่ำรวยให้ผู้คน
การค้นหาอัตลักษณ์ตนเองไม่ได้เป็นสิ่งผิดอะไร การค่อยๆปลดปล่อยโซ่ตรวนของตนเองด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามวิธีการที่จะได้ตามจุดมุ่งหมายก็สำคัญด้วย ตัวละคร 120 ผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นภาพสะท้อนของผู้ถูกระทำในสังคมเกาหลีใต้ที่ยังไม่ยอมรับเรื่องดังกล่าว เธอถูกเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว สังคม รังเกียจ สูญเสียหน้าที่การงาน จนอยากไปใช้ชีวิตในไทย อย่างไรก็ตาม เธอกลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมชื่นชอบมากที่สุด เพราะ เธอแตกต่างจากธานอส และคริปโตอินฟลู เธอมีความคิดถึงผู้อื่นอยู่ และไม่โดนระบบครอบงำจนผลักดันให้เห็นแก่ตัวเพื่อชนะเกมส์โดยไม่สนวิธีการ (ซึ่งก็ต้องรอลุ้นภาค 3 ต่อว่า เธอยังคงรักษาตัวตนของเธอได้ไหม) อีกตัวละครที่น่านใจ คือ หญิงสาวแปรพักตร์จากเกาหลีเหนือ เธอเหมือนภาพสะท้อนของนายหน้าตั้กจี่ ทั้งชีวิตเธอกำหนดชะตาตัวเองไม่ได้ เป็นทหารในเกาหลีเหนือรอรับคำสั่งจากผู้บัญชาการตลอดเวลา เมื่อหนีมาเกาหลีใต้เธอก็ถูกระบบทุนนิยมหลายมมาเป็นทหารสุนัขรับใช้ให้ระบบเกมส์อีกครั้ง แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ ห้วงลึกในจิตใจเธอยังคิดถึงความเจ็บปวดทรมานของคนอื่น และพยายามขัดขืนคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเท่าที่จะทำได้
001 และการแทรกแซงจากรัฐ
ในภาคแรกมีตัวละครลับ 001 โออินนัมซึ่งแท้จริงคือนายทุนผู้สร้างเกมส์แฝงตัวเข้ามาเล่นด้วย แรงจูงใจที่ตาแก่สร้างเกมส์นี้ คือ ความเบื่อ เขานึกถึงความสุขในสมัยเด็กที่เล่นกมส์กับเพื่อนๆโดยไม่คิดถึงเรื่องอื่นใด แต่ทว่าในชีวิตจริงที่เขากลายเป็นผู้ชนะในระบบทุนนิยม กลับต้องแลกสิ่งสำคัญที่หวนคืนมาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนที่ไว้ใจได้ หายหน้าไปหมด เขาอยากจะเล่นเกมส์อีกครั้งแต่ไม่มีใครอยากเล่นกับเขาอีกแล้ว ตาแก่โออินนัมจึงเลือกที่เข้าไปเล่นเกมส์เพื่อความสนุวัยเด็กอีกครั้ง โดยที่ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงผลการเล่นของเกมส์แต่อย่างใด ไม่ได้บงการเกมส์จากเบื้องบน
ฟร้อนท์แมนในภาคแรกแฝงตัวเป็นผู้เล่น 001 ในภาคสอง แต่เขาแตกต่างจากตาแก่โออินนัม เพราะเขาทำทุกอย่าง ยุยง ปั่นป่วน แทรกแซง กระตุ้น แนะนำ เย้ยหยัน แทรกแซงการเล่นเกมส์ตลอดเวลาเพื่อจะได้ผลตามที่ระบบอยากให้เป็น พฤติกรรมของเขาไม่ต่างอะไรจากไอ้หน้าหล่อ ธานอส และอินฟลูเอนเซอร์คริปโต ที่คิดหลงตัวเองว่าเป็นพระเจ้า ผู้กำหนดพฤติกรรมของคนอื่นได้ ซึ่งคนประเภทนี้จะเหมือนๆกัน เมื่อแนะนำแล้วเกิดหายนะตามมา ก็จะไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น เพราะ พวกนี้เชื่อว่าเหยื่อเป็นคนเลือกเอง เขาแค่แนะนำเฉยๆ
เมื่อเรามอง Squid game ในฐานะระบบทุนนิยม และมอง 001 เป็นรัฐ เราจะเห็นว่าชุดการแทรกแซงจากรัฐในภาคแรกและภาคสองแตกต่างกัน ในภาคแรกรัฐจะเป็นผู้กำหนดกฎกติกาแจ้งให้ผู้เล่นทุกคนทราบ แล้วปล่อยให้การเล่นดำเนินไป ผลการแข่งขันเป็นอย่างไรก็ถือว่ายุติธรรมดีแล้ว รัฐไม่มีการแทรกแซงว่าให้ใครชนะ ใครแพ้ ชี้นำให้เป็นไปตามรัฐต้องการ แต่ในภาคสองรัฐมีการแทรกแซงระบบทุนนิยมมากขึ้น กลไกตลาดไม่ได้เสรีเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่ารัฐเข้าไปจัดการได้เพื่อให้ได้ระบบทุนนิยมแบบที่รัฐต้องการ ซึ่งสะท้อนภาพในทุนนิยมยุคปัจจุบันที่แตกต่างจากศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันค่านิยมเสรีนิยมให่เข้าครอบงำและสร้างกฎในระเบียบการค้าเศรษฐกิจระหว่างประเทศจนมีอำนาจชี้นำให้รัฐแต่ละที่เข้าไปแทรกแซงทุนนิยมให้เอื้อประโยชน์ต่อระบบเสรีนิยมใหม่
ทางตันสังคมนิยม และประชาธิปไตยเลือกตั้ง
กีฮุนผู้แข่งขันหมายเลข 456 คือ ผู้ชนะการแข่งขันรอบที่แล้ว เขาไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด เก่งที่สุด แข็งแรงที่สุด เขาออกจะเป็นคนทึ่มเสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ทำให้เขาชนะได้ คือ โชคและความมุ่งมั่น ในภาคนี้เขาเลือกที่จะกลับมาเล่นเกมส์อีกครั้งเพื่อหวังทำลายล้างเกมส์จากด้านใน โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าผู้กำกับคงเส้นเรื่องไว้ได้ดีที่ไม่เปลี่ยนให้กีฮุนอยู่ดีๆกลายเป็นคนฉลาดสมองเพชรไปต่อกรองค์กรลับระดับโลก วาระสุดท้ายของตาแก่โออินนัมได้เตือนเขาว่า ให้ใช้เงินอย่างฉลาด แต่ภาพที่เงินกองเป็นภูเขาแล้วใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายเพื่อล้างแค้นก็สะท้อนความทึ่มของเขาด้วย
เมื่อมองเกมส์เป็นระบบทุนนิยม การที่ 456 กลับเข้ามาเล่นเกมส์มันก็คือภาพแทนของ แนวความคิดต่อต้านทุนนิยม แนวความคิดสังคมนิยม ที่เข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อสร้างความยุติธรรม สร้างความเป็นมนุษย์ให้กับตัวผู้เล่นอื่นๆอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นอย่างเดียวมันไม่เพียงพอต่อการต่อสู้กับระบบทุนนิยมที่ฝังรากลึก การใช้เงินรางวัลไปสู้กับระบบก็ไม่เพียงพออีก เพราะ ทุนที่กีฮุนมีมันเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบทุนใหญ่ระดับโลก การต่อสู้กับระบบทุนนิยมมันจึงต้องใช้ความรู้และทฤษฎีในการต่อสู้อย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตามความน่ากลัวของระบบทุนนิยม คือ มันไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ มันพร้อมจะปรับตัว มีพลวัตรเปลี่ยนแปลงเพื่ออยู่รอดได้เสมอ หน้าตาทุนในศตวรรษที่ 19 แตกต่างจากทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการโค่นล้มทุนนิยมด้วยแนวคิดสังคมนิยมจึงมักจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน และจบด้วยความล้มเหลวบ่อยครั้ง แนวความคิดการยึดอำนาจรัฐเพื่อสถาปนารัฐกรรมาชีพแบบแนวคิดมาร์กซิสม์ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
เช่นเดียวกับในตัว Squid game ที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นรายละเอียด โดยคงกรอบใหญ่เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กไว้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสะท้อนทางตันของระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง ที่มวลชนอาจถูกชี้นำได้และส่งผลเสียหายตามมาอย่างใหญ่หลวง ระบบวางแผนเป็นอย่างดีให้ผู้เล่นแยกเป็นสองกลุ่มระหว่างผู้อยากหยุดเกมส์และผู้อยากเล่นต่อ พร้อมกับปลุกปั่นให้เข่นฆ่ากันในที่สุด จนแผนการใช้กำลังจับกุมผู้สร้างเกมส์ของกีฮุนก็ไม่ประสบความสำเร็จ เฉกเช่นการเมืองในปัจจุบันที่ นักการเมืองฉลาดใช้สื่อ โซเชียลมีเดีย ประชานิยม ยุยงปลุปั่น เพื่อให้เกิดการแตกแยกและปกครองได้ง่าย แม้แต่ประเทศประชาธิปไตย ประเทศเจริญแล้วก็เผชิญการขึ้นมาของฝ่ายขวาอย่างถ้วนหน้า
ภาคสองของซีรีย์ Squid game จึงมีแต่ปมที่ทิ้งค้างคาไว้ โดยไม่ได้เสนอทางออกใด เพราะผู้กำกับเองก็ไม่รู้ว่าจะมีหนทางใดจะแก้ไขโลกทุนนิยมที่บ้าคลั่งเรื่อยๆ ทิ้งไว้แต่เพียงว่าแนวคิดสังคมนิยมแบบเก่า แนวคิดประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง รวมถึงอำนาจเผ็ดจการทหาร ล้วนไม่ใช่คำตอบ