มิเชล ปาสตูโร: “การใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นทั้งกล้าหาญและอันตราย”

แปลจากบทสัมภาษณ์ Michel Pastoureau: “Chosir le jaune comme emblème, c’est à la fois courageux et dangereux” เขียนโดย Mathieu Dejean เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ในเว็ปไซต์ Les Inrockuptibles เข้าถึงได้ที่ https://www.lesinrocks.com/2018/12/06/actualite/michel-pastoureau-choisir-le-jaune-comme-embleme-cest-la-fois-courageux-et-dangereux-111149774/?fbclid=IwAR1GxB4Ehgx2HiIHVOGOEzagULrde_5o4udzr7ww5185b2LVdjEZUDyWYRk เชิงอรรถทั้งหมดเป็นของผู้แปล

france-social-politics-environment-oil-demo-3

กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 บนถนนฌ็องเซลิเซ่ (LUCAS BARIOULET/AFP)

นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติการทางสังคมและการเมืองของสีผู้โด่งดังไปทั่วโลกจากผลงานหลายชิ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสีในโลกตะวันตก มิเชล ปาสตูโรวิเคราะห์การใช้สี “เหลือง” โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่สั่นสะเทือนประเทศฝรั่งเศสอยู่ในขณะนี้

มิเชล ปาสตูโร นักประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้เขียนหนังสือสี่เล่มอันน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับสีน้ำเงิน ดำ เขียว และแดง กำลังเตรียมตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับสีเหลือง ในขณะที่ขบวนการ “เสื้อกั๊กเหลือง” กำลังจะถึงจุดสูงสุดของการต่อสู้ เขาวิเคราะห์ปรากฎการณ์ใหม่ที่มีการใช้สีเหลืองในทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นสัญลักษณ์ของการทรยศ

maxresdefault

มิเชล ปาสตูโร ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=HRDNKLy8SyY

ที่ผ่านมาหลายสัปดาห์ ขบวนการ “เสื้อกั๊กเหลือง” กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านภาษีและค่าครองชีพสูง นี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่สีเหลืองถูกนำมาใช้ในความหมายของการต่อสู้?

มิเชล ปาสตูโรใช่ จะว่าเป็นเรื่องใหม่ก็ได้ ตั้งแต่เราใช้สีเพื่อต่อสู้ทางการเมืองและเพื่อเป็นตัวแทนของอุดมการณ์ อย่างน้อยในประเทศฝรั่งเศสและในประเทศเพื่อนบ้าน เราหลีกเลี่ยงการใช้สีเหลืองโดยจงใจ เพราะเป็นสีที่มีความหมายด้านลบอยู่หลายด้าน เมื่อไม่เคยถูกใช้ มันเลยเป็นสีที่ถูกหยิบจับมาใช้ในครั้งนี้ ในขณะที่สีอื่นๆ ถูกใช้โดยขั้วการเมืองอื่นหมดแล้ว

สีเหลืองมีความหมายอะไรในประวัติศาสตร์?

ในยุคโบราณสมัยกรีก-โรมัน สีเหลืองมีความหมายที่ดี หมายถึงความร่ำรวย รุ่งเรือง สมบูรณ์ แสงสว่าง ความอบอุ่น…มันคือสีที่เป็นมงคล ต่อมามันค่อยๆ ถูกลดคุณค่าสมัยยุคกลาง ความหมายที่เลวทรามเริ่มเข้าทดแทนความหมายที่ดี และกลายเป็นสีที่มีแต่ด้านลบช่วงปลายยุคกลาง สีเหลืองหมายถึงการโกหก เสแสร้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทรยศหักหลัง ความหมายนี้มีมาจนถึงคริสตศตวรรษที่ 19 ในตอนนั้นเราใช้สีเหลืองป้ายบ้านพวกทรยศ พวกปลอมเงิน และพวกหมิ่นประมาทกษัตริย์ ในการแสดงละครเวที เราใช้สีเหลืองหมายถึงความไร้สาระ หรือการหลอกลวง  จนกระทั่งปลายคริสตศตวรรษที่ 19 สีเหลืองหมายถึงพวกสหภาพหลอกลวงที่ทำงานรับใช้นายจ้าง มันคือ “สหภาพเหลือง” ที่ตรงกันข้ามกับ “สหภาพแดง” ซึ่งปกป้องกรรมาชีพ ดังนั้นแล้วสีเหลืองจึงมีชื่อเสียงในทางที่แย่ มันมีด้านดีอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเมื่อเทียบกับด้านไม่ดี

ยกตัวอย่างเช่นภาพวาดหรือการแสดงละครเวทีเรื่องใดบ้างที่สะท้อนลักษณะดังกล่าวของสีเหลือง?

ในภาพวาดช่วงปลายยุคกลาง ช่วงฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และช่วงเริ่มต้นสมัยใหม่ การวาดคนในชุดเหลืองสื่อความหมายว่าคนๆ นั้นเลว เป็นนักฆ่า เป็นคนทรยศ หรือเป็นอาชญากร ยูดาสมักเป็นคนที่ใส่ชุดเหลืองบ่อยที่สุด ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าทำกันอย่างเป็นระบบ แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าเกิดขึ้นบ่อยมาก และเราพบเห็นตั้งแต่คริสตศวรรษที่ 12 ถึง 17 ในภาพประกอบของหนังสือ ในละครเวทีเราพบเห็นในเชคสเปียร์ ถึงแม้จะไม่ใช่พวกทรยศเสียทีเดียว แต่ก็เป็นพวกตัวละครที่ซึมเศร้า เหงาหงอย ในคริสตศตวรรษที่ 19 ที่โรงละครบูเลอวาร์ด (théâtre de boulevard) สีเหลืองกลายเป็นสีของพวกหลอกลวง สามีที่โดนภรรยาหลอก พวกปัญญาอ่อน หรือพวกไร้สาระ มันเป็นสีที่ทำให้คนแทบจะหัวเราะเยาะ

ถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นสีที่คนไม่ให้คุณค่า?

ใช่ ในแบบสอบถามสาธารณะช่วงปี ค.ศ. 1880 เรื่องสีที่ชอบที่สุด สีเหลืองคือสีที่คนนิยมน้อยที่สุดในบรรดาสีพื้นฐานทั้งหก สำหรับคำถามว่า “สีอะไรที่ชอบที่สุด” คนตอบสีเหลืองน้อยมาก ในขณะที่สีน้ำเงินมีคนเลือกมากที่สุด (มากกว่า 50%) ดังนั้นมันเป็นสีที่คนไม่ชอบ ในทางการเมือง เราจงใจหลีกเลี่ยงสีนี้จนถึงปัจจุบัน

เพราะมันสัมพันธ์กับ “สหภาพเหลือง” หรือเปล่า? ในทางการเมือง สีเหลืองเลยหมายถึงพวกทรยศ พวกกลางๆ ที่ทรยศการต่อสู้ พวกต่อต้านการประท้วง…

ก็สัมพันธ์กัน แต่มีที่มาทางประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้น ในทางการเมืองแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับการเกิดขึ้นของพวกสหภาพเหลือง แต่นี่เป็นประวัติศาสตร์ระยะใกล้ แม้ว่าจะมีการมองสีเหลืองในแง่ดีอยู่บ้าง เช่น การใช้เสื้อเหลืองในการแข่งตูร์ เดอ ฟร็องส์ (Tour de France) ในค.ศ. 1919 แต่ก็ถือว่าน้อย

สหภาพเหลืองเขาเรียกตัวเองว่าแบบนั้นหรือว่ามีคนไปเรียก?

มันเป็นสีที่คนเอาไปเรียกในเชิงดูถูกโดยอิงกับข้อเท็จจริงบางอย่าง คือพวกเขามักจะพิมพ์ใบปลิวโดยใช้กระดาษสีเหลืองซึ่งมีราคาถูก คนเลยเรียกพวกเขาด้วยสีนี้และเชื่อมโยงไปกับความหมายของพวกทรยศ สุดท้ายพวกเขาก็ใช้สีนี้ซะเองเพื่อต่อต้านพวกสหภาพแดงซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเขา แต่นี่ก็เป็นประวัติศาสตร์ระยะสั้นของขบวนการแรงงานที่สิ้นสุดลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อไม่นานมานี้ ตอนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก ผมสังเกตว่าพวกตารางและสถิติในส่วนคะแนนของมาครงมักจะเป็นสีเหลืองเพราะสีอื่นๆ ถูกใช้ไปหมดแล้ว ตอนนั้นผมบอกกับตัวเองว่า “โอ้โห ผลจะออกมาเป็นอย่างไรนี่!” (หัวเราะ)

นี่เป็นความย้อนแย้งทางประวัติศาสตร์! ในวันนี้สีเหลืองกลายเป็นสีของความโกรธแค้นต่อมาครง

ใช่ และภาพลักษณ์ที่แย่ของสีเหลืองอาจจะกำลังเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการจะเป็นไปอย่างช้าๆ ต้องใช้เวลาเพื่อที่จะเปลี่ยนความหมายเชิงสัญลักษณ์ของสี อย่างไรก็แล้วแต่ การใช้สีเหลืองในการต่อสู้เพื่อเป้าหมายที่ดีเป็นเรื่องที่ใหม่จริงๆ

หนังสือพิมพ์ The New York Times เปรียบพวก “เสื้อกั๊กเหลือง” เป็นพวก Sans-culottes[1] สมัยปฏิวัติเมื่อปี ค.ศ. 1789 แบบนี้สีเหลืองจะกลับกลายเป็นสีที่มีคุณค่าได้ไหม?

ใช่ อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงความหมายในเชิงคุณค่า เรื่องนี้กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” ส่วนใหญ่คงไม่สนใจและไม่รู้ตัว แต่ลึกๆ แล้วสีเหลืองนั้นมีความหมายที่ไม่ดีอยู่ ในเชิงภาษาก็คอยย้ำเตือนอยู่เสมอ คำกริยา Jaunir[2] เป็นคำที่ความหมายแย่ หมายถึงความตกต่ำ แก่เฒ่า และเน่าเฟะ ดังนั้นแล้วจึงต้องใช้ความพยายามอีกมากมายหากต้องการให้สีเหลืองกลายเป็นสีที่มีคุณค่า

ทำไมพวก “เสื้อกั๊กเหลือง” จึงเลือกใช้สีนี้?

ผมคิดว่ามีสาเหตุสองประการ ประการแรกเพราะมันเกี่ยวข้องกับน้ำมันและรถในตอนเริ่มต้น ไอเดียคือการใส่เสื้อกั๊กที่ทุกคนมีอยู่แล้วเพื่อแสดงให้เห็นถึงอันตรายและเตือนให้ระมัดระวัง มันยังเป็นสัญลักษณ์เรื่องการกอบกู้ภัย คือกอบกู้กำลังซื้อ กอบกู้ประเทศฝรั่งเศส มันเป็นไอเดียที่ดีและสะดวกในทางปฏิบัติ เพราะเป็นสีที่ไม่มีใครใช้และพร้อมให้ใครหยิบมาใช้ก็ได้ ในเมื่อเฉดสีย่อยๆ ไม่ถูกนำมาใช้ทางการเมือง สีที่เหลืออยู่ก็จำกัด ทุกสีถูกใช้ไปหมดแล้ว เหลือแต่สีเหลืองกับเทา ความจริงผมคิดว่าสีส้มน่าจะเอามาใช้ได้เพราะสื่อความอย่างเดียวกัน คือการกอบกู้ภัย และก็มีความหมายที่ดีกว่า คือเป็นสีของความเห็นอกเห็นใจ กระปรี้กระเปร่า ร่าเริง มันคือสีของวิดามินซี! (หัวเราะ) การที่ขบวนการนี้เลือกใช้สีเหลือง มันทั้งกล้าหาญและอันตราย

france-social-politics-demo-fuel-4

กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” วันที่ 1 ธันวาคม ที่ปารีส (Alain JOCARD / AFP)

พวกเขาอาจจะเลือกใช้สีนี้เพื่อแยกแยะตัวเองออกจากองค์กรและสีแบบดั้งเดิม และเพื่อจะได้ไม่ถูกจัดวางตำแหน่งแห่งที่ในทางการเมือง?

ใช่ เป็นขบวนการที่มีความคิดที่หลากหลาย สีดังกล่าวจัดวางไม่ได้ในทางการเมือง เพราะไม่มีใครใช้ ตัวอย่างเดียวคือที่เยอรมัน มีพรรคเล็กๆ พรรคหนึ่ง คือพรรค FDP (เสรีนิยม) ใช้เป็นสีของโลโก้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นซ้ายหรือเป็นขวา พวกเขาพร้อมที่จะจับมือกันสร้างพันธมิตร เช่นเดียวกันกับเหล่า “เสื้อกั๊กเหลือง” เรายังไม่ร้ว่าเราจะจัดวางพวกเขาอย่างไรในทางการเมือง และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาส่วนใหญ่ต้องการ

คุณคิดว่าเสื้อกั๊กเหลืองจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกันกับพวก Sans-culottes ไหม?

เราไม่มีระยะห่างพอที่จะรู้ได้ ปรากฎการณ์นี้จะยั่งยืนยาวนานแค่ไหน? ยกตัวอย่างเช่น พวกหมวกแดง (Bonnets rouges)[3] เกิดขึ้นและหายไปในระยะเวลาอันสั้นจึงไม่เพียงพอที่จะบรรจุลงไปในประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ได้ ถ้าพวก “เสื้อกั๊กเหลือง” ยังต่อสู้อยู่ในปีค.ศ. 2019 แบบนั้นก็ใช่ พวกเขากำลังสร้างอะไรที่ใหม่อย่างแท้จริง

[1] พวกไม่มี culotte – กางเกงประเภทหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของชนชั้นสูง – ดังนั้นจึงหมายถึงพวกสามัญชน

[2] คำนาม Jaune แปลว่าสีเหลือง กริยา Jaunir แปลว่าทำให้กลายเป็นสีเหลือง

[3] กลุ่มหมวกแดง เกิดขึ้นในแคว้นเบรอตาญ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2013 เพื่อต่อต้านการเก็บภาษีมลภาวะที่เกิดขึ้นจากรถขนสินค้า

Unknown's avatar

Author: Din Buadaeng

A History Student

Leave a comment