ตามกฎหมายแรงงานของฝรั่งเศส บุคคลในวัยแรงงานที่มีอายุตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไป (หรือ ๑๕ ปี ในกรณีที่มีสัญญาประเภทฝึกงาน) มีสิทธิ์ในการศึกษาและการฝึกฝนทักษะอย่างต่อเนื่อง (Formation continue) หรือ Continuing education จนกระทั่งถึงเกษียณอายุ
ในทางปฏิบัติ ผู้เขียนไม่ทราบถึงรายละเอียดของระบบที่มีการใช้งานอยู่ก่อนหน้าปี ค.ศ. ๒๐๑๕ เพราะผู้เขียนเพิ่งเริ่มทำงานที่ฝรั่งเศสในปี ค.ศ. ๒๐๑๗ ซึ่งได้มีการใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า ‘ทะเบียนการศึกษาและฝึกฝนทักษะส่วนบุคคล’ (Compte personnel de formation) หรือ CPF มาระยะหนึ่งแล้ว
ระบบ CPF คือการแปลงจำนวนชั่วโมงทำงานให้กลายเป็นเงินเครดิตที่สามารถใช้จ่ายหรือเป็นส่วนลดค่าสมัครหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะอาชีพต่างๆ ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพแรงงาน หรือช่วยเพิ่มเติมทักษะที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนสาขาอาชีพ (เงินเครดิตนี้ไม่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้) บุคคลที่มีสิทธิ์ใช้งานระบบ CPF ไม่ใช่แค่คนที่ยังทำงานอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่ว่างงานและกำลังหางานทำอีกด้วย – ผู้สมัครระบบ CPF เป็นได้ทั้งบุคคลที่มีสัญญาระยะสั้นหรือสัญญาระยะยาว

หน้าเว็บไซต์ CPF แสดงจำนวนเครดิตสะสมของผู้เขียนเป็นเงินยูโร (ซ้าย) และระบบค้นหาที่ผู้ใช้สามารถเลือกนำเงินเครดิตไปใช้สมัครหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะอาชีพต่างๆ จากฐานข้อมูล (ขวา)
เครดิตในระบบ CPF คิดในอัตราที่ชั่วโมงละ ๑๕ ยูโร แต่ทั้งหมดจะต้องไม่เกิน ๕๐๐ ยูโรต่อปี และสะสมได้ไม่เกิน ๕๐๐๐ ยูโร หลักสูตรการเรียนรู้และทักษะอาชีพมีความหลากหลาย แบ่งเป็นสาขาอาชีพ เช่น งานดูแลผู้ป่วยและคนชรา เซลล์แมน พนักงานร้านค้า เลขานุการ รักษาความปลอดภัย ฯลฯ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเรียนภาษาต่างชาติและการสอบวัดความสามารถต่างๆ เช่น การเรียนขับรถและสอบใบขับขี่

หน้าค้นหาหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะอาชีพแบ่งตามรายสาขาอาชีพ

ตัวอย่างหลักสูตรเกี่ยวกับอาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)
เนื่องจากผู้เขียนทำงานที่ฝรั่งเศสมาได้ไม่นานจึงมีเครดิตเพียงราว ๑๒๐๐ ยูโร แต่ก็ถือว่าไม่น้อยเลยเพราะใกล้เคียงกับเงินเดือนของพนักงานกลุ่ม low-paid worker ทั้งเดือนเลยทีเดียว – ที่สำคัญคือสามารถใช้สมัครเรียนและสอบใบขับขี่ได้ฟรีๆ หรือจ่ายส่วนต่างเพียงเล็กน้อย
แนวคิดของระบบ CPF เป็นสวัสดิการที่ช่วยให้แรงงานสามารถยกระดับทักษะความรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เป็นประโยชน์ต่อทั้งรัฐและต่อตัวแรงงานเอง – ผู้เขียนเข้าใจว่าประเทศไทยยังไม่มีสวัดิการแรงงานในลักษณะนี้ที่รัฐช่วยอุดหนุนการหาความรู้และยกระดับทักษะของแรงงาน ผู้เขียนคิดว่านี่เป็นประเด็นที่นักสิทธิแรงงานในไทยควรพิจารณาต่อสู้เรียกร้องต่อไป